เรื่องของลานน้ำแข็ง

หน้านี้ไม่โฆษณาให้ใคร เพราะฉะนั้นไม่ขอลงรายละเอียดจนกว่าจะมีใครยอมจ่ายค่าโฆษณาให้หรือวิธีใดๆที่ทำให้เราได้ค่าตอบแทนบ้างจากกีฬานี้ สำหรับเมืองไทยมีลานเสก็ตน้ำแข็งอยู่สามลานที่ให้ไปโลดแล่นได้ โดยมีสองลานอยู่ในกรุงเทพฯ และที่สมุทรปราการอีกลาน ซึ่งก็ไม่ได้หลุดออกไปจากกรุงเทพฯเท่าไหร่นัก และที่สำคัญคือจะอยู่ในห้างสรรพสินค้า เพราะถ้ามาตั้งลำพัง ต่อให้ทำเป็น Sport Center ก็คงจะไม่คุ้มทุนพอ อยากรู้มีที่ไหนก็ได้บอกไปแล้วคร่าวๆในหน้าที่เกี่ยวกับการเรียนเสก็ตน้ำแข็ง ที่แน่ๆค่าใช้จ่ายที่ถ้าฟังแล้วต้องอึ้งไปตามๆกันแม้ว่าจะไม่ถึงกับว่าจะต้องเป็นเจ้าของลานซะเองก็ตาม และอาจทำให้หลายๆคนท้อไปเลยทีเดียวว่า ถ้าชั้นไม่มีงบขนาดนั้นจะไปเก่งได้อย่างไร แต่… กลับไปอ่านหน้าอินโทรใหม่ซะนะ

ลานเสก็ต Outdoor Indoor ที่จะพูดถึงมากหน่อยก็จะเป็นลานของประเทศอังกฤษ ซึ่งลานปกติก็มีไม่มากทั้งๆที่เป็นเมืองในยุโรป แต่ลานจะเพิ่มจำนวนมากมายในช่วงฤดูหนาว แค่ในลอนดอนก็มีเกือบสิบลานเข้าไปแล้ว ยังไม่นับนอกลอนดอนที่จะไม่พูดถึง เพราะไม่เคยไป (ทั้งลานถาวรและลานเฉพาะหน้าหนาว) ลานหน้าหนาวนี่จะอยู่ในที่ที่เดินทางไปถึงได้สะดวกมากกว่าลานถาวรเยอะ เพราะเป็นการเน้นกิจกรรมทางการตลาดมากกว่า บอกได้เลยว่า ถ้าเพิ่งเปิดใหม่ๆเนี่ย ต่อให้คนในอังกฤษเองก็พากันแห่ไปเล่น ต้องจองลัวงหน้ากันเลยแต่พอช่วงหลังๆที่ใกล้ๆจะปิดลาน คนแทบไม่มีแล้วล่ะ แต่ราคานี่ก็ยังคงที่ไม่ได้ลดให้เลยสักกะนิด และพื้นลาน… ที่แย่เอามากๆ แต่ก็อย่างว่า ลานที่ทำแล้วเดี๋ยวก้อรื้อออกนี่นา ผิดกับลานถาวรที่แข็งโป๊ก อย่าล้มแล้วกันถ้าแค่ลานในเมืองไทยยังเจ็บแล้วอะ เพราะพอไปเล่นลานถาวรของเค้าแล้ว ถ้าเราเล่นหนักๆอย่างที่เล่นในเมืองไทยนี่ สงสัยจะเข้าโรงพยาบาลไปแร้ว แค่ลานในไทยเล่นหนักจนเดี้ยงทีนี่ล่อซะสองสามวัน ลานเค้าดีจริง ไม่มีหลุมมีบ่อ ไม่รู้พวกโปรเล่นกันยังไงนะ ลานเรียบ ไม่ค่อยแห้งด้วยแล้วก้อไม่แฉะน้ำท่วม แต่ราคานี่… ถูกกว่าลานที่เปิดหน้าหนาวหน่อย แต่ก็เป็นรอบๆ คุ้มกว่าไปเล่นตามลานชั่วคราวเยอะเพราะลานพวกนั้น ราคาตั้งแต่เฉียดสิบปอนด์จนถึงเกือบๆ สิบห้าปอนด์เลย แล้วเล่นได้แค่ชั่วโมงเดียว ส่วนลานถาวร ราคาไม่เกินสิบปอนด์ อย่างต่ำก็สามชั่วโมงต่อรอบ ถ้าไม่นับเวลาพิเศษ (ยกเว้นลานที่เป็นสปอร์ตเซ็นเตอร์ รอบนึงเปิดชั่วโมงให้เล่นไม่เกินสองชั่วโมงแล้วไม่ค่อยเปิดด้วย ถึงราคาจะไม่แพง)

ส่วน Figure Skate ของเมืองบางเมืองก็อาศัยพื้นที่แบบที่เรียกว่าโรงยิมแทนลานน้ำแข็ง เลยจะเป็น Roller Figure ไป ซึ่งจริงๆมันน่าจะมีในไทยมากกว่าลานน้ำแข็งนะเนี่ย แต่อุปกรณ์ก็แพงไม่แพ้กับรองเท้าเสก็ตน้ำแข็งเลย (อาจจะแพงกว่าด้วยล่ะมั้ง) กีฬาที่ว่านี่เลยดูไม่ค่อยคุ้นตานัก เพราะเราๆจะติดตากันกับการเล่นบนพื้นน้ำแข็งมากกว่า ในส่วนของการแข่งก็ไม่ค่อยจะแน่ใจนักว่าแบ่งเหมือนกับแบบบนลานน้ำแข็งรึเปล่า แต่เค้าจะมีทั้งแบบที่เป็น Roller Skate หรือเสก็ตล้อคู่กับแบบที่เป็น Roller Blade ตัวรองเท้าเป็นบูทอันเดียวกันกับที่ใช้บนลานน้ำแข็งเลย ในส่วนของ Roller สำหรับ Figure จะไม่ต่างกับที่เราใส่เล่นกันนัก แต่รู้สึกว่าถ้าเป็น Roller Blade จะเป็นล้อชนิดพิเศษกว่า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพิเศษยังไงเพราะไม่เคยเล่น (และราคาก็ไม่น้อยด้วย)

ทำไมถึงเป็นลานน้ำแข็งได้??

ท่อไนโตรเจนเหลววางเรียงๆกันอยู่ที่พื้น นั่นคือสาเหตุที่ทำให้พื้นของลานน้ำแข็งยกสูงขึ้น แล้วพื้นรอบๆลานเลยยกตามไปด้วยเลย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอข้ามๆไปก่อนเพราะกำลังเก็บพวกท่าต่างๆให้จบก่อน ถึงจะมานั่งไล่เขียนอะไรที่มันเกี่ยวๆกัน

ล่าสุดกับนวัตกรรมใหม่ของลานน้ำแข็งที่ไม่ต้องใช้น้ำแข็ง ลานของ N-Ice เค้าใช้เป็นพลาสติกแทน จะเน้นไปที่การตลาดมากกว่า ในแนวบูธ หรือลานกิจกรรมชั่วคราว แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องของการเล่นที่จริงจังอย่างระดับนักกีฬา ที่ดูแล้วไม่น่าจะทนทานพอ และไม่น่าจะใช้ในระยะยาวได้ อันนี้คงต้องรอดูกันต่อไป

ที่แน่ๆ ค่าใช้จ่ายสำหรับลานเสก็ตนี่ไม่ใช่น้อยๆเลยเหมือนกัน โดยเฉพาะลานเสก็ตน้ำแข็งในเมืองร้อน…

ขนาดของลานเสก็ต

มาตรฐานโอลิมปิกจะอยู่ที่ 30 x 60 เมตร (ประมาณ 100 ฟุต x 200 ฟุต) แต่ถ้าดูในรายการแข่งระดับโลกที่ลานมันดูใหญ่ๆพิลึก ไม่รู้ว่ามันใช่ขนาดมาตรฐานที่ว่านี่รึเปล่า เพราะเจอในกระทู้ที่เค้าว่า ไม่มีใครทำลานเสก็ตสำหรับฟิกเกอร์อย่างเดียวหรอก แต่เอานักฟิกเกอร์ไปเล่นในลานฮอกกี้กันมากกว่า ประหยัดค่าลานไปด้วย (น่าจะเป็นแถบอเมริกาน่ะแหละ เพราะมีทีมฮอกกี้น้ำแข็งเยอะ) ส่วนขนาดของลานสำหรับฮอกกี้น้ำแข็งตามมาตรฐานของ NHL จะอยู่ที่ 26 เมตร (85 ฟุต) x 61 เมตร  (200 ฟุต)

เอามาจากเว็บไหนไม่รู้ เพราะใช้ Google search เอา