รู้จักอุปกรณ์ไปแล้ว คงไม่ต้องพูดถึงส่วนของประวัติและสมาคมเพราะส่วนนั้นทำไว้เป็นความรู้เฉยๆ แต่ส่วนที่ใครๆก็สนใจจะเป็นการลงไปเดินกันอยู่ในลานมากกว่า เพราะไหนๆก็จ่ายเงินมาแล้วก็ต้องใช้ช่วงเวลาในลานให้คุ้ม แน่นอนว่าคราวนี้ก็ได้เวลามาโลดแล่นในลานเองกันแล้ว โดยในหน้านี้จะเริ่มสอนกันตั้งแต่ส่่วนของเบื้องต้นสำหรับคนไม่เคยเล่นเสก็ตจนถึงการวิ่งอยู่ในลานได้แบบไม่อายใคร
การฝึกทรงตัว เดินบนลานน้ำแข็ง
การใส่รองเท้าที่ถูกวิธีก็จะมีส่วนช่วยได้แล้วระดับนึง แต่เมื่อลงไปในลานแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการยืนบนพื้นที่มันลื่นๆ (ลื่นกว่ารองเท้าดอกยางสึกซะอีก) แต่ไหนๆก็ลองกันถึงขั้นนี้แล้วพยายามเดินเกาะขอบลานไปก่อนด้วยการย่ำเท้าเหมือนเดินพาเหรดนั่นแหละ สักรอบสองรอบน่าจะได้ที่แล้ว คราวนี้ค่อยๆปล่อยมือแบบกางแขนอยู่เหนือขอบลานเพื่อเวลาจะล้มก็จับไว้ไง ให้น้ำหนักอยู่ที่กลางเท้านะ เอนไปเอนมาจะล้มให้ย่อเข่าลง ตัวตั้งตรง (ตั้งฉากกับพื้นไว้) ปัญหาของคนที่ไม่เคยเล่นจะคุมเท้าไม่อยู่ซึ่งงานนี้ก็ต้องอาศัยว่าเล่นบ่อย จนชินก็จะคุมได้เอง โดยในช่วงแรกๆที่พยายามคุมเท้าให้ไปตรงๆอาจจะเกร็งๆไปบ้างนะ แต่ก็ไม่มีอะไรยากไปกว่าพยายาม ตอนเราเริ่มเราก็เคยเล่นโรลเลอร์เบลดมาบ้างแล้ว ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการบังคับเท้าตัวเองอยู่ดี แต่พอเราเล่นไปสักพัก เริ่มหัดแล่นขาเดียวก็จะเริ่มคุมเท้าได้เอง เพราะถ้าคุมไม่ได้ก็ยืนไม่อยู่ไง มาต่อเรื่องความเร็วสำหรับคนที่เพิ่งเล่นที่มักจะมีปัญหาต่อมาคือตอนที่เริ่มไหลไปได้ก็จะเอนไปเอนมา วิธีฝึกคือใช้วิธีเกาะขอบลานดึงตัวไปข้างหน้าเรื่อยๆจนเริ่มไปได้ระยะที่ไกล ขึ้นแล้วตัวไม่เอนไปเอนมามาก คราวนี้ดึงตัวเหมือนเดินแต่พอขาเริ่มไปก็ปล่อยมือ ให้ได้ระยะที่ไกลขึ้น
ระวังเรื่องเท้าและตัวด้วยว่า รักษาให้น้ำหนักอยู่ตรงกลาง และตัวตรงเสมอนะ (ทุกท่านะ ย้ำว่าทุกท่าเว้นแต่ว่าเริ่มโปรฯแล้ววิ่งเร็วขึ้นจะโน้มตัวไปทางข้างหน้า) การย่อเข่าและกางแขนออกไปด้านข้างช่วยได้อีกแรงด้วยนะ ซึ่งย่อเข่าแบบเกือบจะเป็นท่านั่งเลย ย่อเยอะมากๆ มันก็ช่วยให้ขาแข็งแรงขึ้นได้นะ
ล้มแล้วลุกยังไง หรือล้มยังไงให้ปลอดภัยที่สุด?
การล้มที่เจ็บที่สุดมี 2 กรณี คือ ล้มจากท่า Spiral กับท่ากลุ่ม Turn ซึ่ง ดูไม่มีอะไรและเป็นท่าที่ไม่ได้ใช้ความเร็วอะไรเลย แต่ดันเจ็บนรก เจ็บกว่ากระโดดแล้วลงมายืนดีๆไม่ได้ซะอีก ส่วนเรื่องทำไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าสอนไม่ได้ซักกะหน่อย
FALLING – เรื่องการล้ม (ขอคั่นรายการนี้สนึงนะ เพราะหลายๆคนแค่ก้าวลงไปเหยียบน้ำแข็งก็คงได้ล้มกันก่อนทั้งแบบที่ไม่ได้ตั้งใจจากคนอื่นที่เล่นแล้วเบรกไม่อยู่ หรือจากตัวเองที่ยังยืนไม่ได้ แต่จริงๆ ก็ควรจะสอนกันนะแต่ทำไมไม่ค่อยมีใครสอนเลยล่ะ จะว่าเราไม่เห็นเองก็ไม่น่าจะ ใช่นะเพราะเราก็อยู่ในลานนานๆประจำเวลาที่ผู้ปกครองพาเด็กมาส่งให้คนสอนก็ สอนเดินกันเลยแล้วจะล้มยังไงก็ช่างแกแบบนั้น… แต่ชั้นจาสอนก่อนเดินใครจาทำมัย -คิดว่าตัวเองเป็นเทวดาจากไหนเหรอถึงจะไม่ล้มเลยในระหว่างที่หัดเดิน น่ะ- เวลาล้มเนี่ยก็ล้มไปปล่อยให้ไหลไปตามแรงที่เราวิ่งมา (ถ้าเจือกวิ่งเร็วเองก็ช่วยไม่ได้ล่ะ งานนี้) ห้ามฝืนนะ ถ้าฝืนไว้กระดูกจะหักได้เลยนะ แล้วก็พยายามอย่าล้มเอาหน้าลงเดี๋ยวไม่สวย!! หรือเอาหลังลงแบบนอนเพราะหัวจะกระแทกพื้นเอา ส่วนมือก็อย่าเอาลงพื้นนะ -พยายามเก็บมือไว้ดีๆ ยกไว้สูงๆเลยก็ได้- ถ้าคนที่ตามมาอาจจะหลบให้ไม่ทันทับมือล่ะยุ่งเลยนะ เว้นแต่ว่าจะลุกขึ้นก็ค่อยเอามือยันพื้นไว้ 2 ข้าง ตั้งขาขึ้นข้างนึงระหว่างมือทั้งสองข้างและค่อยๆลุกขึ้นยืน +ระวังจะหัวทิ่มลงไปอีกรอบด้วยนะ ถ้าอยู่ใกล้ๆขอบก็เกาะเอาจะดีกว่า
EDGE: เรื่องของเท้าที่ต้องรู้
เมื่อรู้วิธีล้มที่ถูกต้องแล้ว คราวนี้ได้เวลาโลดแล่นบนลานน้ำแข็งกันแล้ว แต่ก่อนจะเริ่มเดินหน้าก็ต้องมารู้จักกับการทิ้งน้ำหนักลงที่เบลดกันก่อน เรื่องคือเวลาที่เราเล่นจะมีอยู่แค่ด้านซ้ายกับด้านขวา ซึ่งลานทั่วไปจะให้เราเล่นไปทางด้านซ้าย คือเป็นการวิ่งแบบทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้นถ้าเราวิ่งไปข้างหน้าปกติจะใช้สันเบลดด้านนอกของเท้าซ้าย (เราจะใช้ว่า LFO นะมาจาก Left Forward Outside) และใช้สันด้านในของเท้าขวา (เราจะเรียกย่อว่า RFI มาจาก Right Forward Inside) ทีนี้มาดูตัวย่อที่จะใช้และเห็นประจำในบล็อกนี้กันก่อน
- LFO – Left Forward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
- LFI – Left Forward Inside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
- LBO – Left Backward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
- LBI – Left Backward Inside = การเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
- RFO – Right Forward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
- RFI – Right Forward Inside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
- RBO – Right Backward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
- RBI – Right Backward Inside = ขอบการเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
- RFF/LFF - Right/Left Forward Flat = การเดินหน้าที่ใช้สันเบลดทั้งด้านนอกและด้านใน ด้วยการทิ้งน้ำหนักลงเท่าๆกัน
- RBF/LBF – Right/Left Backward Flat =การเดินถอยหลังที่ใช้สันเบลดทั้งด้านนอกและด้านใน ด้วยการทิ้งน้ำหนักลงเท่าๆกัน
STROKING – เดินหน้าให้ได้อย่างโปรฯเริ่มที่ก้าวแรก
ก่อนจะเริ่มท่ากลุ่มนี้วิธีสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเสก็ตได้บอกไปแล้วในตอนต้น ส่วนต่อจากนี่ไปจะเป็นก้าวที่สำคัญสู่ความเป็นมืออาชีพ ถึงไม่ได้ตั้งใจจะเป็น จะอ่านไว้ประดับความรู้ก็ได้ หรือถ้าเล่นแต่ไม่คิดจะเป็นก็ไม่เป็นไร แต่ตำรานี้ทุกขั้นตอนไปตามสเต็ป ทำได้ฝีมือไม่แพ้โปรฯทั้งหลายแน่นอน
FORWARD SWIZZLE, SCULL อธิบาย ง่ายๆคือท่าเลมอนอะนะ เพราะรอยบนลานน้ำแข็งที่เราแล่นไปจะเป็นรูปหยักคล้ายกับผลเลมอนไง ทิ้งน้ำหนักไปทางส้นเท้าหรือเกือบๆถึงหางเบลดน่ะแหละ แยกปลายเท้าออกเล็กน้อย ย่อเข่า ปล่อยให้เท้าเลื่อนไปข้างหน้าให้กางพอประมาณ คราวนี้ถ่ายน้ำหนักไปที่ช่วงปลายเท้าเกือบๆถึงฟันซี่สุดท้ายใต้เบลดนะ (คนที่เพิ่งหัดจะเกร็งนิดๆล่ะ) หันปลายเท้าเข้ามาเล็กน้อยให้แล่นมาคู่กันได้ ค่อยๆยืดตัวขึ้น ใช้การย่อ-ยืดจะช่วยให้ไปได้ง่ายขึ้นนะ ส่วนจังหวะยืดซึ่งเท้าจะคู่กันพอดีเนี่ยจะฝึกการคุมเท้าได้ดีเลย เวลาที่ดึงเท้าเข้ามาชิดกัน ให้ดึงมาคู่กันแบบน้ำหนักตัวลงตรงกลางระหว่างเท้า 2 ข้าง ลงไปที่สันเบลดทั้งด้านในด้านนอกเท่าๆกัน (เป็น Flat Edges) ตรง ค่อยๆยืดเข่าขึ้นด้วย แต่ไม่ต้องยืดเข่าจนสุดแบบยืนปกตินะ ย่อไว้นิดๆกันล้ม
FORWARD GLIDES/FORWARD STROKING ท่านี้คือการแล่นไปข้างหน้า ด้วยการยืนให้เท้าเป็นตัว V ขาข้างที่ถนัดอยู่หน้าซึ่งจะเป็นขาที่จะแล่นไปอะนะ แล้วอีกข้างอยู่ข้างหลังจะเรียกว่า Free Leg ย่อเข่าลง ใช้เท้าข้างที่อยู่ด้านหลังดันให้ขาอีกข้างที่บอกเป็นข้างที่ยืนแล่นไปข้าง หน้า ตอนที่ดันตัวไปข้างหน้า ใช้ส่วนกลางของเบลดนะ
- สำหรับคนที่หัดใหม่ (level 1): ลองวิธีนี้ดู ยืนเป็นรูปตัว V ข้างที่เป็น Free leg วางไว้ด้านหลัง ย่อเข่าแล้วดันขาที่ยืน (Skating leg) ไปข้างหน้า ดึงข้าง Free leg กลับมาวางคู่กับขายืน (Skating leg) คน ที่เพิ่งหัดท่านี้จะไม่เร็วนัก เพราะจังหวะที่ดันตัวไปข้างหน้าไม่ได้ออกแรงมาก (ดีแล้ว) การดึงขาอีกข้างมาวางคู่แล้วเริ่มใหม่จึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า ด้วยความเร็วที่ไม่มาก แน่นอนว่าพอวางเท้าคู่กันจนกระทั่งหยุด (หรือเกือบๆจะหยุด ถ้าทำได้) กลับมาวางเท้าเป็นตัว V ใหม่ โดยจะสลับขาวางหน้า-หลังกับครั้งแรกก็ได้หรือจะทำข้างเดิมให้ชินก่อนก็ได้ คือจะทำให้ชินไปทีละข้าง หรือเอาให้ได้พร้อมๆกันทั้งสองข้างไปเลยก็ได้
- ถ้าเริ่มคล่องแล้ว (level 2): เริ่มแบบเดียวกันหรือจะยืนเป็นท่า T-Stop ก็ได้ตามความถนัด [ดูข้างล่างในส่วนของ Stops] แต่พอดันตัวไปข้างหน้าแล้วให้ค้างไว้สัก 3-5 วินาทีก็ดีนะ (ให้ได้ระยะทางประมาณ 1 ใน 3 ของความสูงตัวเอง) ดึงเท้ากลับมาคู่กันแล้วอีกข้างดันไปข้างหลังต่อเลย โดยใช้ ส่วนที่เรียกว่า ball of the foot ตรงส่วนโค้งใต้สุดของเบลด และใช้สันด้านที่อยู่ด้านใน (ดูในรูปเบลดจะะเป็นจุด Spin Rocker นะ)
BACKWARD SWIZZLE, SCULL เช่นเดียวกับท่า Forward Swizzle เพียงแต่เปลี่ยนเป็นถอยไปข้างหลังและน้ำหนักลงสลับกันเท่านั้นเอง โดยเริ่มจากย่อเข่าทิ้งน้ำหนักไปที่ Spin Rocker (ส่วนหัวใต้เบลด) แล้วค่อยๆถ่ายไปเป็นส่วน Rocker คือ เกือบๆถึงหางเบลดพร้อมๆกับบีบเท้าเข้ามาคู่กันและยืดตัวขึ้นทำแบบเดิมต่อ จำไว้ว่ารักษาตัวให้ตั้งฉากกับลานเอาไว้ ถ้ากางแขนด้วยจะช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้นนะ
BACKWARD GLIDES คือการแล่นขาคู่ หรือขาเดียวปกติ เป็นการฝึกในส่วนของแต่ละคนเองมากกว่า ถ้าขาคู่ก็เริ่มจากท่าข้างบนก่อน แต่ทิ้งจังหวะที่เท้าคู่กันให้นานๆ แค่นั้น ได้แล้วก็หัดขาเดียวต่อได้เลย ต้องแน่ใจว่าจังหวะที่เท้าคู่กันน่ะ น้ำหนักลงเท่ากันทั้งสองเท้านะ และไม่โงนเงนด้วย จากนั้นค่อยๆยกเท้าขึ้นตรงๆ ท่าจริงๆคือเท้าข้างที่ยกจะมาอยู่ที่เข่าพอดี (กำลังงามเลยล่ะ) แนะนำว่าหัดข้างที่ไม่ถนัดก่อนจะได้รู้ว่าจะยืนยังไงไม่ล้มแล้วค่อยหัดอีกข้างก็ได้ (น่าจะได้เร็วกว่านะ) หรือะลองไปพร้อมๆกันทั้งสองข้างเลยก็ได้นะ อันนี้แล้วแต่ความถนัด
BACKWARD STROKE จะค่อนข้างยากสำหรับคนที่หัดใหม่ๆ เพราะจะเหมือนเตะขาไปข้างหน้าในขณะที่ตัวกำลังถอยหลัง ไม่ต้องอธิบายมาก ไปดูรูปเอาดีกว่า
ก่อนจะเข้าระดับต่อไปมาลองฝึกทำแบบฝึกหัดกันก่อนดีกว่า ส่วนรูปของกลุ่มแบบฝึกหัดนี้ไม่ได้ใส่ส่วนของ Back ให้เพราะทำไว้สำหรับคนที่หัดเดินหน้า เอาให้คล่องไปก่อน ถ้าจะหัดจริงๆ ให้ใช้ท่าในกลุ่มของ Swizzle มาฝึกเพื่อให้กะน้ำหนักลงที่เท้าเวลาถอยหลัง เพิ่มให้อีกนิดคือการทำ Swizzle ด้วยขาข้างเดียว โดยอีกข้างคุมเท้าให้ตรงไปเรื่อยๆ ท่าีนี้จะเอาไว้สำหรับฝึกก่อนที่จะทำ Back Crossover
CROSSOVER
Forward Crossovers
ท่านี้เป็นท่าที่ใช้กันประจำ ที่วิ่งแล้วขาไขว้ๆกันนั่นแหละ…
- level 0 – ระดับฝึกหัด หันหน้าเข้าขอบลาน (ถ้าไม่กลัวปากแตกก็ไม่ต้องเกาะ) จะสอนให้ฝั่งเดียวนะ เพราะอีกข้างทำเหมือนกัน ยืนเท้าชิดกันก่อน โดยปกติแล้วจะวิ่งวนไปทางด้านซ้าย เพราะฉะนั้นยกเท้าขวาขึ้นก่อน ไขว้ไปหน้าขาซ้ายแล้ววางลง คราวนี้ยกเท้าซ้ายขึ้น เน้นเลยนะว่ายกแบบให้เบลดขนานพื้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ไม่รู้คือไรไปอ่านตอน Boots and Blade เอา) คนส่วนมากจะล้มกันเพราะตอนนี้แหละส่วนที่เป็นซี่ๆ หรือที่เรียกว่า toe pick เกี่ยวพื้นทำล้ม (เราเล่นประจำยังล้มเพราะท่าง่ายๆแบบนี้เลยด้วยซ้ำ…) แล้วยกเท้าซ้ายออกมาวางข้างๆเท้าขวา ฝึกไขว้แบบนี้ไปก่อนจนคิดว่ายกเท้าพ้นเท้าอีกข้างแล้วค่อยอาจหาญไปลองระดับต่อไป
- level 1 - ระดับนี้เรายังคงต้องอาศัยขอบลานช่วยชีวิตไปก่อนคราวนี้เรามาฝึกจังหวะที่จะเร่งให้ไปได้เร็วขึ้นกัน (และก็ทำให้เราหัวทิ่มง่ายอีกเช่นกัน) เกาะขอบลานเหอะนะ มันคือทำท่า forward glide นั่นแหละแต่ไม่ต้องดันจริงๆให้ฝึกขาให้ชินก่อน ยืนตรงๆขาขวาปัดเฉียงไปด้านหลังโดยใช้ส่วนกลางๆเบลด (ถ้าเทียบกับนาฬิกาขาจะเหยียดไปทางระหว่างเลขสี่กะห้า) นับถึงสามหรือสี่แล้วดึงขากลับมาชิดหัวเข่า ไม่วางนะแล้วไขว้ไปวางข้ามเท้าซ้าย และคราวนี้ยกเท้าซ้ายขึ้นออกไปวางข้างเท้าขวา (ขั้นแอดวานซ์เท้าซ้ายจะใช้ดันไปด้วย ยาก ขอบอก ยากมากๆๆ) ทำแบบเดิมจนกว่าจะมั่นใจว่าตอนยกไม่ได้เอาหัวจิกโดนพื้นนะ
- level 2 – คราวนี้ได้เวลาปากแตก (ถ้าฝึกมาไม่ดีหรือ ข้ามขั้น)… อาศัยช่วงโค้งของลานในการฝึกนะ เริ่มจากท่า forward glide แล้วทำท่าตามเลเวลที่หนึ่ง เท้าใช้ดันจริงๆ แต่เบาๆก่อนถ้ารู้สึกมันไม่ไปค่อยออกแรงดันมากขึ้น
- level 3 - ถ้าระดับที่โปรๆแล้วแทบจะไม่ยกเท้าเลย คือว่าพอเท้าขวาดันเส็ดวางข้างเท้าซ้ายเลยแล้วลากกกก ไปด้านหน้า ผ่านเท้าซ้ายไปแล้วเท้าซ้ายก็ดันเข้าด้านในไปด้วยเลย (ยามากก โดยเฉพาะถ้าวิ่งเร็วๆ) แนะนำอีกนิด ดูคลิปที่เค้าแข่งระดับสูงๆ มีเยอะๆแล้วจะเห็นว่าวิ่งยังไง
Backward Crossovers
เป็นท่าที่ใช้เยอะกว่าวิ่งไปข้างหน้าอีก โดยเฉพาะถ้าสังเกตดีๆแทบจะวิ่งถอยหลังกันประจำ แต่ถ้าคล่องแล้วจะง่ายกว่า งามกว่าด้วยล่ะ อิอิ (แล้วเราก็ล้มกลิ้งเพราะท่านี้ประจำอีกเช่นกัน ก้อหางเบลดมันชนกานอ่า) ทุกท่าย่อเข่าเสมอ… ย้ำๆเลย
- level 0 – อันนี้พูดจิงๆว่าไม่รู้ว่าจะสอนตอนเริ่มยังไง นอกจากว่าเริ่มจากท่า swizzle ก่อนแล้วทำข้างเดียว คือว่าจิงๆท่านี้จะทำพร้อมๆกันสองข้างช่ายมะ ให้เท้าข้างนึงเอาวิ่งไปทางเดิมปกตินะ แทนที่จะหันหน้าให้หันหลังแทน เพราะฉะนั้นข้างขวาจะอยู๋ด้านในวง ให้เท้าซ้ายแล่นนิ่งๆตรงๆ ส่วนเท้าขวาทำหยักๆแบบ swizzle อะ ท่านี้เอาให้ฝึกจังหวะดึงขาเข้าแทนแล้วกันนะ
- level 1 – ยังคงทำแบบเลเวลมะกี้อยู่นะ เพิ่มมาอีกอันคือ พอลากเท้าขวามาชิดเท้าซ้ายแล้วค้างไว้ให้คิดว่ายืนได้ ยกเท้าซ้ายขึ้นให้พ้นเท้าขวา ไขว้ไปด้านหน้าเท้าขวา ยกเท้าขวาออกมาวางข้างเท้าซ้าย เริ่ม swizzle ข้างขวาข้างเดียวต่อหนึ่งครั้งทำแบบเดิม มันไปช้าๆอย่าตกใจไป ฝึกไปเรื่อยจะเร็วขึ้นเอง และเมื่อคล่องแล้ว ไปขั้นต่อไปได้เลย
- level 2 – มาวิ่งเร็วขึ้นๆกัน… ขอข้ามมาแอดวานซ์เลยแล้วกานน ขั้นนี้มียกเท้าแค่จัวหวะเดียวเล็กๆ คือว่าตอนที่ผ่านๆมาจะลากเท้ามาชิดข่ายมะ คราวนี้ลากไขว้ไปด้านหลังขาซ้ายเลยค่อยยกขึ้น แล้วมาวางข้างเท้าซ้าย ให้ห่างเท้าซ้ายประมาณสองฟุต จังหวะที่ดึงขาคือจังวะที่จะทำให้เร็ว ไม่เชื่อลองดึงขาลากไขว้ไปเร็วๆดิ แล้วตัวจะไม่มีการขยับนะ ย่อค้างไว้เลยไปแต่ขาตัวจะตั้งค่อนข้างตรงและเอียงหันเข้าด้านในวงเสมอ เมื่อยว่ะ มากๆด้วย เพราะแทบไม่มียกเท้าเลยจะไปได้เร็ว
ปิดท้ายกันด้วย Stops แบบต่างๆ
เล่นได้ถึงระดับนี้แล้วก็คงจะมีความเร็วที่มากขึ้นและอาจจะหยุดไม่ทันถ้าต้องหลบใครในเวลาฉุกเฉิน และประโยชน์ของการหัดท่ากลุ่มนี้ก็คือช่วยให้การทรงตัวและการคุมน้ำหนักลงที่เบลด ทำได้ง่ายขึ้น ส่วนการฝึกไม่ว่าท่าไหนก็ควรจะเริ่มจากวิ่งมาช้าๆก่อน
ริงๆมันคือพื้นฐานที่ควรจะรู้ก่อน Crossover ด้วยซ้ำ แต่ที่เราเอามาไว้ทีหลังเพราะว่าถ้าทำ Crossover ได้ ก็หมายถึงว่ายืนขาเดียวได้ชัวร์แล้ว ซึ่งจะได้เข้าใจง่ายขึ้น แต่คนที่ยังทำไม่ได้ก็หัดได้นะ แม้ว่าอาจจะไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่ได้วิ่งเร็วๆ (บางทีหยุดให้เองอยู่แล้วว) แต่กว่าเราเองจะทำได้ก็อาศัยเกาะขอบลานช่วยหยุดอยู่ตั้งนาน มาเริ่มกันดีกว่า ว่าท่ากลุ่มนี้มีอะไรบ้าง
1> Snowplow Stop เริ่มจากขาคู่ อันนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ที่หัด Forward Swizzle แล้วล่ะ
- แบบที่ 1 แล่นขาคู่มาแล้วค่อยๆแบะส้นเท้าข้างทีไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ออก แบะแบบปาดออกไปด้านหน้านะ ค่อยๆย่อเข่าพร้อนกับทิ้งน้ำหนักไปที่ช่วงส้นเท้า ง่ายๆคือกดแรงขึ้นๆจนหยุดนั่นแหละ แต่เท้าอีกข้างไม่ต้องขยับนอกจากแล่นไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ
- แบบที่ 2 ก็เริ่มเช่นเดียวกัน แต่บางคนวิธีนี้ก็ง่าย บางคนก็ยากอะนะ มันคือทำแบบข้างบนนั่นแหละ แต่ใช้เท้าทั้งสองข้างทำเหมือนๆกันพร้อมๆเลย แค่นี้แหละ
2> T-Stop
ก่อนเริ่มท่านี้ บอกเลยว่าเป็นท่าหยุดที่ง่ายที่สุด ใช้เยอะที่สุดแต่ว่า มั่นใจมั้ยว่ายืนขาเดียวได้แล้ว สามารถคุมน้ำหนักเท้าพอได้แล้ว… เอาเป็นว่าสอนแต่เบๆให้ไปนะ เริ่มจากแล่นขาคู่มาก่อนเลยยกเท้ข้างที่ไม่ค่อยถนัดขึ้นนิดๆ ขยับไปด้านหลังจะเป็นฉากกะข้างที่ยืนนะ ค่อยๆวางเท้าลงตรงๆ กดน้ำหนักลงเท้าข้างทีวางขัดข้าๆ จนระทั่งอีกข้างหยุดนั่นแหละ มันจะเป็นตัวทีง่ะ เลยเรียกกันว่า T-stop
3> Hockey Stop
อาศัยขอบลานช่วยเผื่อเบรกไม่อยู่จะได้เกาะทัน ยืนหันไปซักทาง เอาหันข้างขวาออกนอกลานละกัน เดินๆวิ่งไปพอจะหยุดเอาเท้าคู่กัน พลิกตัวหันหน้าเข้าขอบลานซะ กดน้ำหนักจะลงที่เท้าสองข้างพร้อมๆกัน แต่จะลงเท้าซ้ายมากกว่าเท้าขวา สังเกตดีๆว่าพวกที่เล่นฮอกกี้จะใช้ท่านี้กันเยอะ อาจะให้เค้าสอนให้ได้
4> One-Footed Stop
มันคือท่าฮอกกี้สต็อปอะแหละมาประยุกต์ อิอิ ท่านี้ไม่มีสอบในรายการนะเคอะ แต่ว่าถ้าทำ Hockey Stop แม่นๆ แล้วลองฝึกท่านี้เล่นๆให้เจ็บตัวดูได้ ลองใช้ขาเดียวดู ถ้ายังคงหันด้านเดิมจากท่าที่แล้วแล้วจะยกเท้าซ้ายขึ้นใช้เท้าขวาเบรก ใช้สันเบลดด้านในมากกว่าด้านนอกนะ
มาถึงขั้นนี้แล้วพร้อมจะไปขั้นต่อไปรึยัง…


