บทนี้จะรวมเรื่องของท่าต่างๆที่ใช้ประกอบในโปรแกรม จะมีทั้งที่เป็นท่าบังคับและไม่บังคับแต่คงไม่มานั่งบอกว่าอันไหนบังคับมั้ย เพราะมันขึ้นกับว่าที่สอบน่ะ ของสมาคมไหน ระดับไหน แล้วก็เรื่องของปีที่เค้าออกกฎมาใช้ด้วย ยังมีเปลี่ยนอยู่บ้างเรื่อยๆ แต่ก็เอาเป็นว่าจะแบ่งไปตามนี้แล้วกัน
ประเภทที่ใช้ขาเดียว
Spiral
ท่านี้จะค้ลายกับท่าของบัลเล่ต์ที่ชื่อว่า Arabesque แต่ Tom Zakrajsek โค้ชของ Ryan Bradley แชมป์รุ่น Junior ชายของอเมริกาเรียกท่านี้ว่า ‘Banana Position’ เพราะการโค้งจากหัวจนถึงเท้าคล้ายกับกล้วย สำหรับการแข่งขันในรายการประเภท Short และ Free Programme จะเป็น Spiral Sequence ซึ่งหมายถึงการทำ Spiral ที่มากกว่าการใช้แค่ Inside หรือ Outside เพียงอยางเดียว แต่หมายถึงว่าต้องวมีการเปลี่ยนเบลด Inside-Outside เปลี่ยนขา ซึ่งจะเห็นท่าที่ไม่ได้ยกขาไปด้านหลังเพียงอย่างเดียวแต่จะมีท่ายกหลายแบบซึ่งก็แล้วแต่ความถนัดและเอกลักษณ์ของแต่ละคนด้วย
การฝึก On-ice
ก่อนจะหัดท่านี้ แน่ใจรึยังว่าสามารถทำ One-Foot ได้แล้ว ถ้าจะให้ดีคุมเท้าให้เปลี่ยน Inside – Outside Edge ได้รึยัง ตามด้วยขาที่กางได้มากกว่า 90 องศารึยังด้วย ถ้าได้แล้วคราวนี้ท่านี้ก็ไม่ยากนัก เริ่มด้วยการทำ Forward Stroke หรือเป็น Forward Crossover แล้วยกขาขึ้นให้สูงกว่าระดับเอว คือขนานกับพื้นลานหรือสูงกว่าปลายเท้าบิดออกไปด้านข้าง โดยพยายามอย่าให้สะโพกบิด หรือน้อยที่สุด หลังจะขนานพื้นหรือแอ่นขึ้นก็ได้แต่ต้องไม่ต่ำกว่าขาที่ยก นอกจากนั้น พยายามให้ขาทั้งสองขางเหยียดตรงด้วย ส่วนของน้ำหนักลงลงในส่วนกลางจนถึงท้ายของเบลดข้างที่ยืนอยู่ (ตัวอาจจะเอนๆไปด้านหลังเล็กน้อยด้วย) ส่วน Back Spiral ก็เริ่มจาก Back Cross มานอกนั้นก็คล้ายๆกัน แต่ก็ต้องแน่ใจว่าไม่มีใครวิ่งอยู่ก่อนเราด้วย แล้วค่อยยกขาขึ้น
Off-Ice
จากท่ายืนอาศัยราวบันไดหรือพนักเก้าอี้เอา แต่ถ้ามีโอกาสไปเข้าฟิตเนสที่ใช้ห้องแอโรบิกได้ ส่วนมากจะมีราวคล้ายๆราวบัลเล่ต์ ก็ไปยืนพาดขาได้ ส่วนใครที่มีความสามารถพิเศษเอาขาพาดที่กำแพงได้ก็เอาเลย แล้วก้มตัว เอาหัวแตะเข่าขาข้างที่พาดอยู่ ทำค้างไว้สักพักจากนั้นก็ค่อยหันแล้วก้มลงไปแตะเข่าข้างที่ยืนอยู่ ทำแบบนี้สักสามถึงสี่ครั้ง (ดูในส่วนที่เป็น Warm-up ที่ลงไว้ให้ เป็นรูปสุดท้ายที่เอาขาพาดขอบลาน ก็ทำประมาณนี้แหละ)
นั่งกางขาให้ห่างกันมากที่สุดเท่าที่จะห่างได้ ก้มเอาหัวแตะเข่าข้างหนึ่งก่อน ค้างไว้ แล้วค่อยๆขึ้นมา เปลี่ยนไปทำอีกข้างนึง (จริงๆก็เป็นท่า Pike Reach ในส่วนของ Warm-up ที่ได้ลงให้ไปแล้ว) เพื่อช่วยในเรื่องของการทรงตัว จะลองทำท่านี้โดยไม่เกาะขอบ ไม่เอาขาพาดดูก็ได้ แบบค้างไว้ให้ได้นานขึ้น จะฝึกแบบนี้ก็ได้
สำหรับท่านี้ ถ้าทำแบบปกติได้หมดแล้วทั้ง Inside Outside ไม่ว่าจะไปข้างหน้าหรือไปข้างหลัง ลองเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างมาทำท่าที่อยู่ในกลุ่ม Spiral นี้ในแบบอื่นบ้างดีกว่าแต่งานนี้ไม่บอกวิธีการฝึกแล้วล่ะนะ จะเป็นการอธิบายท่าอย่างเดียว ท่าในกลุ่มนี้มีแบบไหนบ้างไปดูกัน
-
Catch-Foot Spiral มีทั้งแบบที่มือจับเบลดข้างเดียวกัน คือถ้ายกซ้ายก็จับข้างซ้ายอะไรแบบนี้ กับแบบที่จับไข้วคือถ้ายกขาซ้ายจะใช้มือขวาจับเบลดแทน โดยจะเป็นการเกี่ยวจากทางด้านหลัง แต่ระดับของเท้าจะอยู่ไม่สูงกว่าหัวหรือสูงกล่าไม่มากนัก และไม่ได้อยู่ในระยะที่เกือบจะอยู่ข้างบน
-
Biellmann Spiral จะมาจากท่าหมุนของ Denise Biellmann นักสเก็ตชาวสวิสเซอร์แลนด์ ท่านี้ขาจะอยู่สูงกว่าหัวแบบอยู่เยื้องๆกันเลย ช่วงเอวแทบจะพับจึงต้องอาศัยความอ่อนตัวสูง
-
Charlotte Spiral หรือเรียกอีกท่าว่า candlestick spiral เป็นท่าที่นักเสก็ตจะต้องสามารถกางได้ 180องศาเมื่ออยู่ในลาน ขาเหยียดตรงขึ้นไปข้างบนและตัวก้มลงไป ท่านี้ทำเป็น Back จะง่ายกว่า
-
Y-Spiral จะเป็นท่ายืนแล้วขาที่ยกจะยกขึ้นด้านข้างหรือข้างหน้าแบบเฉียงๆไปด้านข้าง จะเริ่มจาก Back One-Foot Glide ยกขาแล้วเอามือเกี่ยวเบลดไว้ ค่อยๆเหยียดขาสูงขึ้น
-
Fan Spiral จะเป็นท่าที่คล้ายๆกับ Y-Spiral แต่จะไม่ใช้มือจับ การยกจะต้องยกสูงกวามุมฉากขึ้นไปซึ่งนอกจากจะต้องกางได้เยอะๆแล้วยังต้องแข็งแรงด้วย เบลดจะใช้เป็น Back Outside Edge
-
Jenkins Spiral จะเป็นท่าที่คล้ายกับ Forward Inside Spiral แต่ขาที่ยืนจะย่อเข่าลงเยอะ บางทีจะใช้กับ 3-Turn และเรียกได้อีกอย่างว่า “undercut spiral”
จาก Back Outside Spiral เปลี่ยนเป็น Forward Inside โดยที่ไม่มีการเอาขาลงจะใช้วิธีนี้ คือช่วงที่จะพลิกเปลี่ยนนั้น ให้เบลดทำมุมโค้งมากที่สุดแล้วทำ 3-Turn จะกลายเป็น Forward Inside Spiral
Lunge
ท่านี้อาจจะแปลกๆและไม่ค่อยจะเห็นกันบ่อยนักในกลุ่มของนักเสก็ตฝีมือระดับขั้นกลางขึ้นไป บางทีก็อยู่ในโปรแกรมแต่จะสังเกตกันรึเปล่านี่อีกเรื่อง ท่านี้เอามาใช้ยืดขาในลานก็ได้นะเวลาที่ลงไปแล้วรู้สึกว่าขามันตึงๆก็ทำท่านี้ได้ เริ่มจากวิ่งไปข้างหน้า เข่าขวาย่อลงพร้อมกับเลื่อนไปข้างหน้า ขาซ้ายแบออกด้านข้าง จังหวะที่ขาขวาลงสุดแล้ว (ให้เข่าพับลงเป็นมุม) ขาซ้ายเหยียดตรงไปด้านหลังให้ตัวบูทโดนพื้น ท่านี้ทำแบบไปข้างหลังได้เช่นกันแต่อาจจะใช้เป็นขาซ้ายเหยียดลงให้ขอบรองเท้าโดนพื้นแทนจะเหยียดไปง่ายกว่า ถ้าทำถูกคือบูทลงไปที่พื้นน้ำแข็งจะไหลไปต่อได้ อย่าลืมฝึกทั้งสองข้างด้วยนะ
Shoot-the-Duck
ท่านี้อีกชื่อคือ Teapot ซึ่งในอังกฤษจะใช้เรียกชื่อท่านี้ เป็นท่านั่งที่แทบจะลงไปนั่งที่พื้นเลย แล้วขาข้างนึงจะเหยียดตรงไป ทำได้ทั้งเป็น Forward และ Backward เลยนะ ท่านี้ถ้าทำได้แม่นๆแล้ว ทำ Sit Spin ไม่ยาก แต่ต้องหมุนได้แล้วด้วยล่ะ ไม่งั้นคงไม่ไป
สำหรับการฝึกก็เริ่มจาก Forward มาหแล้วให้เท้าคู่กัน ติดกันได้ยิ่งดี ย่อเข่าลงให้สุดเป็นท่านั่งยองๆประมาณนี้ คุมเท้าอย่าให้เบี้ยวด้วยล่ะ ทำให้ได้ไกลๆหน่อย ทำได้แล้วลองอีกรอบแต่เพิ่มการถ่ายน้ำหนักไปที่ขาซักข้างก่อนแล้วค่อยๆยืดอีกข้างออกมา ถ้าทำได้แล้ว (เก่งแล้วนี่) เปลี่ยนเป็นแบบยืน เหยียดขาออกข้างนึงแล้วค่อยๆย่อลงจนสุด อันนี้จะทรมานเล็กน้อยถึงปานกลาง อิอิ
Hydroblading
ท่านี้แปลกๆหน่อย ที่มาไม่ค่อยแน่ใจแต่ไม่ใช่ท่าใหม่และมักจะใช้ใน Ice Dance เพราะเป็นที่นิยมในช่วง 1990 จากนักเสก็ตประเภท Ice Dance ชาวแคนนาดา Shae-Lynn Bourne และ Victor Kraatz โดยโค้ชของเค้าที่ชื่อ Uschi Keszler เป็นคนให้ชื่อท่านี้ ซึ่งเป็นท่ากึ่งนั่งเหมือน Shoot-the-Duck แต่จะเหยียดและเอียงไปด้านข้างจนเหมือนจะนอน มือแตะพื้นพยุงไว้ และมักจะเป็น Backward อย่างเดียว
อันนี้เหมือนจะเป็น Inside Hydroblade ใช้วิธี Back Cross มาแล้วค้างจังหวะไขว้ไว้ให้ข้างที่เป็น Free Leg เหยียดตรง อีกข้างก็ย่อลงพร้อมกับวางมือลงที่พื้นและค่อยเลื่อนมือออกไป

รูปจาก wikipedia.org
อันนี้น่าจะเป็น Outside Hydroblade

รูปจาก Wikipedia.org
ประเภทที่เป็นสองขา
Spread Eagle
ท่านี้ไม่ยาก (เกินไป) และไม่ง่าย (เกินไป) แค่ไปฝึกแบเท้าออกวางเป็นเส้นตรงได้ก่อน คล้ายการยืนแบบบัลเล่ต์น่ะแหละ แต่จะให้ได้เร็วขึ้นจะไปเกาะขอบเตียง ขอบเก้าอี้นั่งที่ฐานไม่โปร่งก็ได้แล้วเอาเท้าแบชิดขอบไปซะ ถ้าทำได้แล้วโดยที่ไม่ต้องอาศัยอะไรช่วยค่อยมาลองในลาน ส่วนถ้าในลานไม่ชัวร์ว่าจะได้มั้ยก็ไปลองเกาะขอบลานดู จะเกาะแล้วเอามือช่วยไถๆก่อนก็ได้ จะได้ฝึกกะดูว่าจะต้องลงน้ำหนักที่เท้ายังไง จะกางห่างแค่ไหนถึงจะยืนอยู่ (จะดีถ้าทำได้โดยประมาณอยู่ที่ 12-18 นิ้ว) ทำได้แล้วค่อยไปลองทำตรงกลางลานเลย จะเริ่มจาก Forward หรือ Back ก็ได้ ถ้าเป็น Forward จะใช้ข้างที่ตามมาแบออกให้ทับไปกับเส้นที่อีกข้างทำไว้แล้วจะง่ายกว่า แต่ถ้าเป็น Back ใช้ขาที่จะนำแบออกแทน ยังไงก็ไปลอง แล้วหาวิธีเริ่มที่ถนัดเองก็ได้ แต่ท่านี้ทำได้ทั้ง Inside และ Outside เลยลองทำให้ได้นานๆแล้วเล่นเปลี่ยน Edge ดูก็ได้ สนุกไปอีกแบบ แต่ที่สำคัญคือขาทั้งสองข้างเหยียดตรงนะ
ถ้ากล้าๆหรืออยากลองอะไรแปลกๆ ลองดูท่าในกลุ่มของ Spread Eagle นี้ดูได้ หุหุ
Besti Squat
ชื่อของท่านี้ได้มาจากแชมป์ Ice Dance ในโอลิมปิกปี 1988 ที่ชื่อ Natalia Bestemianova กับ Andrei Boukine โดยท่าจะเป็น Spread Eagle แบบย่อเข่าออกด้านข้างเกือบจะเป็นมุมฉาก

Cantilever
ท่านี้ส่วนมากจะใช้ในกีฬา Acobatic แนวๆยิมนาสติกแอโรบิกประมาณนี้ ท่าจะเหมือนกับ Inside Spread Eagle แต่จะงอเข่าและเอนตัวลงไปขนานกับพื้น
รูปจาก figureskating.about.com
The Bauer
ท่านี้มาจากคนที่ชื่อ Ina Bauer โดยจะเป็นท่าคล้ายๆกับ Lunge แต่เท้าทั้งสองจะบิดออกด้านข้างเหมือนกับ Spread Eagle ตำแหน่งเท้าจะเหมือนกับท่ายืนของบัลเล่ต์แบบที่สี่คือเท้าทั้งสองแบออกด้านข้างวางหน้าหลังให้ขนานกัน วิธีฝึกก็เช่นเดียวกับท่าทั่วๆไปคือ ฝึกยืนโพสนอกลานไปก่อน ถ้าในลานก็อาศัยเกาะขอบลานช่วยไปก่อน ให้เท้าที่นำวางชิดขอบแล้วอีกข้างอยู่ด้านหลังให้เบลดขนานกับขอบลาน เอามือไถๆไปก่อนก็ได้ พยายามให้เท้าทั้งสองข้างขนานกัน ทำได้แล้วก็ไม่ต้องเกาะ จะเริ่มจากการทำ Forward ก็ได้แล้วแบเท้าที่ตามออกและเหยียดขาไปข้างหลัง ถ้าทำเป็น Back มาก็ใช้ข้างที่นำหันไปเป็น Forward แทน ฝึกแรกๆทำแค่ Inside จะง่ายกว่าแล้วพอคล่องค่อยฝึก Outside แล้วเอามาเล่นต่อกันก็ได้ จะเล่นคู่กับ Spread eagle ก็ได้ เพราะถ้าทำต่อจากท่า Spread Eagle น่าจะง่ายกว่า
อ่อ ท่านี้ในญี่ปุ่นจะเรียกเป็น Arakawa way หรือ Arakawa type เพราะเป็นท่าประจำของ Shizuka Arakawa แชมป์โอลิมปิกปี 2006 ที่ทำ Bauer ผสมกับ Layback แล้วคุณเธอก็ตัวอ่อนขนาดที่มือจะลงไปแตะพื้น จะเอาไปลองทำบ้างก็ได้แต่ขาต้องมั่นคงแล้วนะ อิอิ
กลุ่มที่เป็นท่าคล้ายๆกับท่าหมุนและท่ากระโดด
Pivot
ท่านี้ทำได้ 4 แบบ Forward Inside, Forward Outside, Back Inside และ Back Outside โดย Outside มักจะเป็น Toe Pick จิกด้านหลัง ในขณะที่ Inside จะใช้ Toe Pick จิกด้านข้าง ประเภท Outside จะเห็นในการเล่นประเภทคู่ ที่ผู้ชายจะใช้ในท่าบังคับ เป็นแกนเหวี่ยงให้ผู้หญิงเอนตัวแล่นขนานกับพื้น ที่เรียกว่า Death Spiral ส่วนของ Inside จะเห็นใน Step หรือเป็นท่าพื้นฐานสำหรับฝึกหมุน ในรูปแรกจะเป็นของ Inline Skate แต่ท่าก็แบบนี้ล่ะ ส่วนภาพที่สอง ให้ดูที่ขาผู้ชาย จะเป็น Outside Pivot ในท่าเล่นคู่ที่เรียกว่า Death Spiral

รูปจาก Skate Journal

รูปจาก Geocities Yahoo (จริงๆ Search จาก Google มา)
Illusion
ท่านี้จะเหมือนกับตีลังกา น่าจะเคยเห็นกันประจำสำหรับคนที่ดูยิมนาสติดลีลา เป็นท่าหมุนที่จะหมุนเอาหัวลงแล้วบิดกลับขึ้นไป ส่วนของเท้าจะหมุนปกติเหมือนท่าหมุนทั่วๆไป
Butterfly กับ Star
สองท่านี้ไม่ค่อยแน่ใจนักว่ามันต่างกันยังไง เพราะดูๆแล้วมันก็ใช้คล้ายๆกัน ไม่ก็ใช้ด้วยกันเลย แล้วดูยังไงก็คล้ายกับ Flying Camel ด้วย ยังไงลงให้ดูก่อนแล้วจะอธิบายอีกที
จบส่วนของ Movements ไว้เพียงเท่านี้ แต่ยังไงจะมาปรับแก้ หรือลงเพิ่มอีกที บางท่ายังไม่ได้ใส่วิธีฝึกให้ (ยังไม่เคยลองเล่นนี่นา) หุหุ
Backflip
ท่านี้เป็นท่าที่ทาง ISU ไม่จัดเป็นท่ากระโดดและไม่อนุญาตให้ทำในรายการแข่ง แต่ Bonaly ก็ยังเอามาเล่นตอนแข่งโอลิมปิกปี 1998 จนได้แถมยังลงขาเดียวด้วย ที่ไม่ให้มีท่านี้เพราะครั้งนึงเคยเกิดอุบัติเหตุจนต้องปิดลานเสก็ต 1 วันเต็ม และท่านี้ถึงจังหวะจะกระโดดจะคล้ายๆ Flip Jump แต่จะงหวะลงเป็นขาเดียว (ตอนกลางอากาศหมุนแบบแนวตั้งคือตีลังกาด้วย ไม่ได้เป็นการหมุนไปด้านข้างแบบท่าปกติอย่างพวก Double, Triple หรือ Quad) ถึงยังไงก็ยังมีคนเอามาเล่นในงานโชว์อยู่บ้าง แต่คนที่ทำได้ก็มีไม่กี่คนเหมือนกัน พยายามอย่าเลียนแบบ (ถ้ายังอยากเล่นเสก็ตต่อ)
ไว้มีท่าอะไรประหลาดๆจะมาเพิ่มให้อีก หุหุ ^^


