บันทึกเดินทาง :: ทริปนี้เพื่ออินไลน์ฟิกเกอร์สเก็ต

อย่างที่บอกไว้ว่าจะมาสาธยายทริป (จริงๆ แบบไม่อิงสเก็ต) แนวว่า เดินทางไปตามหนังสือแนะนำ เพราะมีเวลาให้เดินจริงๆ แทบไม่ถึง 24 ชั่วโมง

เล่มนี้ จ้าาาา ยืมจาก TK Park มา

Day 1

เดินทางขึ้นเครื่องแต่เช้า ดันเข้าแถว ตม. ที่ไทเปผิดช่อง ทำงานช้ามว๊าากกกก เสียเวลาเดินเลยนะเนี่ย… ผ่าน ตม. แล้วก็มุ่งหน้าตรงไปยังที่พัก ซึ่งต้องต่อรถ และเดินๆๆ พร้อมแบกเป้!!! ดีนะ ไม่เอารองเท้าสเก็ตไปด้วย… ก่อนจะยืมเล่มนี้มาก็ดูมา 2 เล่ม แล้ว เล่มล่าสุดที่แปลจากนักเขียนฮ่องกงออกแนวไดอารี่มากกว่าจะแนะนำว่าเที่ยวที่ไหน ไปยังไง ส่วนอีกเล่มหาไม่เจอแล้ว (ที่เค้าเขียนบอกเรื่องการไปพักกับคนไต้หวันแบบไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเอาไว้ด้วยอะ) เอาตามเล่มนี้ไปแล้วกัน ไหนๆ ก็ยืมมาเที่ยวด้วยกันแล้ว อ่อ อีกอันคือดูจากเว็บต่างๆ นาๆ ด้วย

ผ่าน ตม. แล้วก็เดินตามป้ายบอก Bus Station ไปเรื่อยๆ จนเจอเคาน์เตอร์เรียงๆ กัน หาป้าย U Bus ซื้อตั๋วไปต่อรถไฟ HSR (จริงๆ รถที่วิ่งเข้าเมืองก็มี แต่จะนั่งนานมาก แถมกลัวลงผิดสถานี เลยไม่ขึ้นดีกว่า) การเดินทางลองดูจากเว็บนี้ I love to go เอานะ แอดมินไปมาเหมือนขึ้นราคาด้วยอะ (U Bus 30 NTD + HSR 175 NTD + Easy Pass แบบ 3 วัน 440 NTD ไม่รู้ใช้คุ้มป่าวหว่า??) ซึ่งจากที่อ่านๆ ดู HSR มาจอดที่ Taipei Main Station พอดี จะแวะเดินก่อนเข้าที่พักก็ใช่เรื่อง มันหนักอ่าาา… เลยซื้อ 3 Days Easy Pass ซะเลย เข้าที่พักไปเก็บข้าวของแล้วออกมาสำรวจ  Taipei Main Station แถมเดินหาร้านเครื่องเขียน จิ่วต้า ไม่เจอ (ไปเปิดดูเว็บ มันย้ายที่ และขยายสาขา… ซะงั้น!!!) แต่ก็เดินซะรอบเลย มันแทบจะเรียกว่า เอาหัวลำโพงบ้านเรา รวมเข้ากับหมอชิต และสยาม อย่างที่เค้าว่าไว้จริงๆ สถาบันกวดวิชาขึ้นเป็นดอกเห็ดเหมือนกันเลยด้วย เนื่องจากว่ามันเย็นแล้ว ถึงร้านหนังสือที่เป็นคิวแวะต่อไปจะเปิดตีสอง (อันนี้ไม่ได้สนใจแล้วว่า ตีสอง จริงมั้ย เพราะเข้าไปก็อ่านไม่ออกสักเล่ม) ก็กลับไปพักดีกว่า เพราะมีนัดไปดูการซ้อมของนักสเก็ตอินไลน์ฟิกเกอร์แต่เช้า

ดูเหมือนจะวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายอย่างที่คิดเท่าไหร่นะ (ไปให้ถูกเวลาแล้วกัน > <)

Day 2

เช้าที่ว่าจะดูแค่ทีมไต้หวันซ้อม ก็ล่อซะหลายทีม ก่อนกลับมาแวะด้อมๆ มองๆ ที่สนามแข่ง ซึ่งอยู่ข้างๆ กับ Taipei Arena ศูนย์กีฬาและธุรกิจ ใจกลางเมืองไทเป (ถ้ารู้ว่ามีลานน้ำแข็งคงได้หิ้วรองเท้ามาด้วย 555 … ไหวมั้ยเนี่ย????) กว่าจะได้พูดคุยหาข้อมูลมาลงบล็อกก็รอจนกว่าจะวุ่นวายเสร็จ ราวๆ 2 ชั่วโมง แต่ปัญหาการสื่อสาร ลำบากหน่อยเพราะไม่ได้ภาษาจีนเร้ยยย (ไอ้ที่เรียนมา 1 คลาส เอาจริงก็ใช้ไม่รอด ถึงจะพอถามได้ แต่ถ้าเค้าตอบมา ตูจารู้เรื่องมั้ย???) เลยเป็นว่า จะคุยทางเฟสบุคแทน แล้วก็ขอแยกไปเดินเที่ยว (จนขาลากต่อ)

วันที่ 2 นี้ ตระเวนอย่างเร็วยิ่งกว่าชะโงกทัวร์… หลังจากแยกมาแล้วไปวัดหลงซานก่อนเลย ทีแรกตั้งใจว่าจะไปก่อนกลับ เพราะไปต่อรถไฟ HSR แถวๆนั้นได้เหมือนกัน ไม่ต้องย้อนไปขึ้นที่ต้นสายเหมือนขามา แต่คิดอีกที ไปวัดพร้อมแบกเป้เนี่ยนะ?? เลยแวะไปซะหน่อย ไปแล้วก็เกิดความตั้งใจว่า ถ้าประสบความสำเร็จในการตั้งทีมอินไลน์ฟิกเกอร์ ก็มีโปรแกรมจะพาทีมมาไหว้พระที่นี่ อยู่ไม่นานเพราะดูแล้ววุ่นวายยังไงไม่รู้ ไหว้ก็ไม่เป็น บทสวดภาษาจีนอีก (ถ้ารู้เรื่องคงเรียนต่อเอกสาขา Calligraphic Art ที่ไต้หวันไปแว้ววว) ไหว้เหมือนผ่านวัดใหญ่แล้วแวะเข้าไปหน่อยประมาณนั้นเลย

วัดหลงซาน ขึ้นที่สถานี Longshan Temple เลย

แวะวัดเอาฤกษ์เอาชัย (คิดไปเอง!!) แล้วก็ไปต่อที่หอแดงซีเหมิน (The Red House) ข้างนอกเป็นตึกเตี้ยๆ เหมือนป้อมอะไรสักอย่างโบราณๆ แต่ข้างใน ขอโทษ คนละเรื่องเลย… เรียกว่าเป็นแหล่งรวมนักออกแบบหน้าใหม่ที่มีแบรนด์ของตัวเองได้เลยมั้ง ของที่เค้าทำเองน่ารักๆ แต่ราคา ม่ายน่าร๊าากก เลยอะ เจองานแนวเดียวกะแอดมินอยู่ 2-3 เจ้าด้วย แต่ไม่ได้เหมือนซะทีเดียวนะ เหมือนในที่นี้คือ ร้านที่ใช้สีขาวดำเป็นลวดลายลงบนสินค้า อีกร้านที่ทำสมุดแนวๆ ทำมือ เล่มบางๆ แต่ราคาเกือบหลักร้อย และร้อยกว่าๆ กะจะอุดหนุนนะ เห็นราคาแล้วไม่กล้าหยิบเลยอะ ส่วนอีกร้านดูผ่านๆ มากกว่า เลยจำไม่ค่อยได้ ส่วนด้านนอกหอแดงซีเหมิน เป็นแหล่งชอปปิ้ง เรียกว่าทุกที่มีร้านค้าดักคนไว้หมดเลย ไม่ได้เดินหรอก ดูก็ไม่ไหวแล้ว

ไปต่อที่ เจียงไคเช็ค ไปแวะอยู่นานหน่อยเพราะพักเท้าแก้เมื่อย และดูการเปลี่ยนเวรยาม (เค้าว่าทุกต้นชั่วโมง) ถ้าจะดู ขึ้นไปรอข้างบนที่เป็น Hall ขาวๆ ก่อนเลย แต่เวรยามที่มาสลับ จะเดินมาขึ้นที่นี่หลังจากเวรยามที่ด้านบนเดินลงไปแล้วประมาณ 20 นาที ได้ นั่งชิลล์ และแทะข้าวปั้น ไม่รู้ว่าใส้อะไร แต่รู้แค่ว่า รูปมันเหมือนแซลมอน และมีวาซาบิ ก็หยิบมาเลย (ซะงั้น!!) หนังสือเค้าแนะนำไส้ทูน่า ไม่รู้วุ้ย น่าจะลองไปแล้วมั้งแล้วไม่ชอบอะ (จมูกไม่ค่อยดีอีก หิวๆ ก็กินหมดอะ 555+)

เจีงไคเช็ค ถ่ายจากส่วนของ อนุสรณ์สถานลงไป ^ ^

แวะไปต่อที่สุดท้ายก่อนกลับเข้าที่พัก คือ ซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต เน้นของกิน หิ้วกลับโรงแรมไปกิน ซึ่งกว่าจะถึงก็ดึกแล้ว นั่งกิน แถมนอนดึก เลยตื่นซะสายเลย > <” ว่าไปแล้วเดินไม่ทั่วนะ เพราะมีหลายซอกซอย และเป็นวงกว้างด้วย เดินแบบเอาเส้นที่คนเค้าเดินๆ กันและมีของขายเยอะหน่อยมากกว่า แล้วก็กลับ (หิว… งัย) ที่น่าสนใจคือ ต่อให้เป็นตลาดนัดแบบนี้ ก็ยังจัดว่าหาร้านที่ขายของเหมือนกันเด๊ะๆ เกือบทั้งร้านแบบที่ไม่ใช่ Franshise อย่าง Daiso  เซเว่น รึ Family Mart ทำนองนี้ค่อนข้างยาก เรียกว่าแต่ละร้านมีสินค้าเฉพาะตัวค่อนข้างชัดเจนมาก ถ้าจะซื้ออะไรจากร้านไหน แล้วตั้งใจว่าจะไม่เดินกลับทางเดิมแน่ก็ควรจะซื้อไปเลย (ผิดกับจีน รึตลาดนักประเทศไทยแท้ๆ เลยนะเนี่ย)

จริงๆ มีบางที่ ที่แวะไปตามในหนังสือแนะนำ แต่ก็เดินหาไม่เจอบ้าง ร้านมันย้ายที่ ปรับปรุงบ้าง รึบางที่ก็ไปแบบแวะผ่าน ไม่ทันได้ถ่ายรูป (มัวแต่เดิน และเดิน)

Day 3

วันสุดท้ายของทริป (กลับก่อนวันเปิดการแข่งขัน Artistic Roller Skate เพราะภาระกิจงานประจำนิ… ไม่งั้นคงได้ภาพมาฝากอีกแยะเลย) ตื่นสายรีบกินมื้อเช้าของโรงแรม แล้วก็ไปดู Freestyle Inline สักแปบก่อนจะตามไปเดินหลงทางแถวสนามซ้อมที่ไปดูมามะวาน ถึงไม่ทันได้ดูทีมไต้หวันซ้อม ก็ดูทีมเด็ดๆ ระดับท็อปอีก 3 กลุ่ม ซึ่งก่อนจะไปสนามซ้อมก็เก็บของ Check out แบกเป้ไปด้วยเลย เพราะไม่ผ่านกลับเข้าไปเอาของแล้ว ดูแล้วแวะที่ไหนลำบากเพราะมีเวลาเดินเล่นแค่ 2 ชั่วโมง ซึ่งที่ใกล้ๆ ก็ไปหมดแล้วเลยนั่งเล่นอยู่ที่ Taipei Main Station พักนึงแล้วค่อยเดินทางไปสนามบิน

 

^ ^ … Bye Bye Taipei … ^ ^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s