เบลดสเก็ต


เบลด [Blade]

เบลดคือแถบเหล็กบางๆยาวๆด้านหน้ามีฟันหยักๆ (ที่ทำเราไม่หัวทิ่มเพราะสะดุดฟันมันก็หงายหลังเพราะไปเหยียบหางเบลดตัวเอง นั่นแหละ) ที่ติดอยู่ใต้รองเท้าเสก็ตที่เรียกว่า “บูท” ซึ่งอันนี้เนี่ยไม่มีศัพท์ไทยบัญญัตินะ ถ้ามีคงแปลกๆพิลึกๆเอาเป็นว่าทั้งงานเราจะเรียกชิ้นส่วนนี้ที่ทำให้เราโลด แล่นบนลานน้ำแข็งว่า “เบลด” ตลอดงานเลยแล้วกันนะ ยี่ห้อที่นิยมที่สุดมี 2 ยี่ห้อ คือ John Wilson กับ Mitchel King (MK-ไม่ใช่สุกี้นะเว้ย อย่าเข้าใจผิด)

ส่วนต่างๆข�งเบลด

ส่วนต่างๆของเบลด

  • Toe Plate เป็นส่วนที่จะติดกับใต้รองเท้าเสก็ตส่วนหน้าและ
  • Heel Plate ก็เช่นกัน เป็นส่วนที่ติดกับส้นรองเท้า เพราะฉะนั้นอย่าตกใจไปถ้าซื้อแยกมาแล้วเค้าติดให้แค่ไม่กี่ตัว เลื่อนลงข้างล่างไปดูเกี่ยวกับการติดเบลดได้
  • ความยาวเบลด [Blade Length] จะดูจากส่วนที่ติดกับพื้นรองเท้าเท่านั้น คือนับจากส่วนหัวสุดของ Toe Plate ถึงท้ายสุดของ Heel Plate ส่วนของหัวจัก [Toe Pick] และัหาง [Tail] จะไม่รวมเพราะเป็นความยาวที่ไม่คงที่ ขึ้นกับประเภทและรูปแบบ
  • หัวจิก [Toe Pick] เป็นส่วนที่ใช้เยอะในการกระโดด ลักษณะฟันจะมีหลายแบบ ส่วน K-pick จะมีส่วนเสริมยื่นออกมาข้างๆด้วย
  • ส่วนล่างสุดของหัวจิก [Drag Pick] ระวังส่วนนี้ดีๆ เพราะจะเป็นส่วนที่ทำให้หัวทิ่มได้
  • [Spin rocker] ส่วนนี้เป็นส่วนที่ใช้ในการทรงตัวเวลาหมุน เปลี่ยน edge ดูข้างล่างในส่วนของ Edge ต่อในส่วนของ On the Ice เอานะ
  • [Rocker] เป็นส่วนตัวเบลดที่อยู่ถัดจากหัวจิก [Toe Pick] จะแบ่งเป็น Inside Edge และ Outside Edge โดยถ้ายกหันสันเข้าตัว ดูในระดับสายตา จะเห็นว่าเป็นร่องโค้งเข้าำไป เรียก ความลึกของร่อง (Radius Of Hollow)

ลงลึกไปอีกระดับกับเรื่องของเบลด

  • ความโค้งจากหัวเบลดใต้ฟันซี่สุดท้ายจนถึงปลายเบลด (Rocker – เราเรียกปลายเบลดที่ยื่นออกมาจากส้นว่าหาง เพราะมันเกะกะและทำเอาเราหัวทิ่มมาหลายรอบแล้ว!!) ที่เหมาะสมอยู่ที่ 7 ฟุต (ขนาดเทียบกับวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง) และยังมีความลึกของร่อง (Radius Of Hollow) ต่างกันด้วย มันคือด้านที่เราใช้ไหลไปบนลานนั่นแหละ (อันนี้ต้องสังเกตดีๆ หยิบเบลดมา เอาสันที่เราใช้เดินบนน้ำแข็งหงายขึ้นจะเห็นว่ามันเป็นร่องโค้งนิดๆ จะไปพูดถึงอีกทีในตอน Beginners – เรื่องของ EDGE) ความลึกของร่องที่เหมาะสมเทียบกับวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ¾ นิ้ว ถึง 2 นิ้ว เพราะมันจะไม่เจาะน้ำแข็งลงไปลึกเท่ากับแบบที่ร่องลึก ¼ นิ้ว หรือ ½ นิ้ว นอกจากนี้สันของเบลดเนี่ยก็ยังมีทำมาพิเศษอีก 3 แบบ (ที่นิยมกันนะ) คือ แบบ Parabolic แบบ K-Pick และแบบ K-Pick Parabolic (รวมมันทั้งสองอย่างเลย) อ่อ ถ้าใครช่างสังเกตจะเห็นว่าสันเนี่ยมันจะมีลูกเล่นไม่เหมือนกันด้วยนะ ถ้าดูจากส้นรองเท้าส่วนมากสันมันจะตรงลงมาเลยใช่มะ แต่ก็จะมีบางแบบหรือบางรุ่นที่สันมันไม่ได้ตรงแด่งลงมาแต่มันจะมีร่องบีบสันให้ส่วนที่เราใช้เดินบนลานเล็กกว่าส่วนที่ติดกับรองเท้า (สันแบบ Dovetail และ Slimline)  หรือบางรุ่นก็ยังเป็นแบบเหมือนว่าจะตรงลงมาแต่ช่วงเกือบๆปลายสันจะมีโค้งหน่อยๆ (จะเรียกเป็นสันแบบ Tapered)
เบลดแบบต่างๆ สังเกตดีๆนะเห็นว่าต่างกัน

เบลดแบบต่างๆ สังเกตดีๆนะเห็นว่าต่างกัน

  • ชนิดของเบลด หมายถึงว่าจุดประสงค์ของเราจะเสก็ตแบบไหน เช่นถ้าเล่นเสก็ตลีลาแบบทั่วๆไปก็ได้หลายแบบเลย แต่ถ้าอย่างไอซ์แดนซ์เนี่ยเค้าจะเน้นเสต็ป และเล่นกันแบบไปกันเป็นคู่แทบไม่ห่างกันเลยตลอดเพลง เบลดของเค้าจะหางสั้นประมาณว่าเกินส้นรองเท้ามาแค่นิดๆจนเห็นแล้วคิดว่าเกือบจะเท่ากับส้นรองเท้าเลยด้วยซ้ำ
  • ขนาดหรือความยาวของเบลด จะวัดกันที่ส่วนที่ติดกับรองเท้านะไม่ใช่ความยาวทั้งหมดตั้งแต่ฟันมันจนถึงหาง แล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นทุกยี่ห้อจะมีทุกไซส์นะบอกไว้ก่อนเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะซื้อ วางแผนไว้เลยว่าถ้ารุ่นนี้ไม่ได้จะเอารุ่นไหนแทน คิดไว้หลายๆรุ่นเลย
  • ตอนแรกที่เราซื้อรองเทาคู่ที่สอง เราไปถามราคาในโปรช็อปที่เมืองไทยตอนนั้น (ปี 2003-2004) มันอยู่ที่เวิลด์เทรดเก่า (ตอนนี้เป็น Central World Plaza) แบบ ที่สันมันไม่ได้ตรงๆธรรมดานะจะบวกจากราคาปกติไปอีก 1500 บาท ส่วนที่ฮ่องกงเราซื้อเบลดล่าสุดที่เราใช้เป็นรุ่น Phantom Special (ที่สันมันจะเป็นร่องบีบเข้า) ที่ Festival Walk ราคาเนี่ยเท่ากันกับ Phantom ธรรมดาเลย แต่ที่เรางงกว่านั้นคือ ที่อเมริกา เบลดที่สันไม่ใช่แบบตรงลงมาราคาจะสูงกว่าเหมือนกัน ถ้าเรื่อง แบบ Parabolic หรือแบบ K-Pick ก็คนละราคาเป็นเรื่องปกติ

สำหรับคนที่ซื้อบูท กับ เบลด แยกเป็นครั้งแรก ขอแนะนำว่าเบลดแต่ละรุ่นไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก เอารุ่นที่ชอบแล้วใช้ได้ระยะยาวก็ดี ลองกดเข้าไปดูของMK Blades กับของ John Wilson เอานะ (แต่ที่นิยมจะเป็นของ MK Blade) เวลาเค้าติดเบลดเนี่ยเค้าจะใส่น็อตให้ไม่หมดก็อย่าตกใจไปที่ส้นเค้าจะใส่แค่ 2 ตัว ส่วนหัวจะใส่แค่ 3-4 ตัว ประมาณนี้จำไม่ได้ ใช้มานานแล้ว…  ใช้ไปก่อนสัก 2-3 ครั้ง ห้ามกระโดดนะ ยกเว้นกระโดดเบาๆพอได้ หมุนก็เบาๆด้วยล่ะให้เบลดมันเข้าตำแหน่งกลางเท้าของเราจริงๆ (ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเส้นตะเข็บที่หัวรองเท้าหรือกลางฝ่าเท้าเสมอไปนะ เค้าถึงไม่ใส่น็อตให้หมดไง) หลังจากนั้นก้เอาไปติดเพิ่มเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่ต้องสะเออะไปกวนเค้าอีกแล้วนะ…

 

การดูแลรักษาเบลด

หลังจากเล่นเสร็จแล้วเอานิ้วปาดน้ำแข็งออกด้วย เช็ดให้แห้ง เช็ดตามตัวน็อตด้วยนะ อีพวกนั้นแหละสนิมขึ้นง่ายนักแลกลัวไม่แห้งจะตากไว้อีกหน่อยก็ได้แล้วถ้าแน่ใจว่าแห้งแล้วก็ใส่กา(ร์)ดที่เป็นผ้าไว้ซะ อย่าเก็บใส่กา(ร์)ดแข็งเพราะมันเก็บความชื้นแล้วยังฝุ่นเข้าง่ายด้วย เค้าเอาไว้ใส่เวลาเดินในลานเบลดจะได้ไม่ทื่อง่าย แล้วก็ทำความสะอาดกา(ร์)ดแข็งนี่บ่อยๆด้วยนะ เรื่องการลับเบลดเนี่ยเอาไปลับเมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มเกาะพื้นไม่ค่อยอยู่แล้ว (ไม่ต้องรอให้หัวทิ่มก่อนนะค่อยเอาไปลับอะ) อย่าไปลับเบลดจากพวกเคริ่องลับเบลดอัตโนมัติ (ที่อเมกาคงมีเครื่องนี้มั้ง แต่ของเมืองไทยต้องให้คนลับให้อยู่ดีนั่นแหละ ครั้งละ 100 บาท) อยู่เมืองไทยไม่มีเครื่องลับก็ไปพี่ที่ร้านโปรช็อบเค้าทำให้ บอกเค้าจะเอาคมแค่ไหนร่องเบลดเอาลึกมั้ยบอกเค้าได้นะ (เอาแบบคมที่เราเล่นได้ด้วยนะไม่ใช่ลับเสร็จลงไปในลานกระดิกไปไหนไม่ได้ อันนั้นจะพาเอาเจ็บตัวมากกว่า) เวลาที่ควรจะลับเบลดโดยเฉลี่ยนะ ก็อยู่ที่ 20-60 ชั่วโมง แล้วแต่ความบ่อยถ้าอย่างแบบไม่บ่อยเลยก็ลับทุกๆ 2 เดือน (ถ้าเล่นไม่บ่อยนะ หรือว่าไม่ค่อยได้เล่น) และก็ควรจะลับเบลดก่อนแข่งสัด 1 อาทิตย์ด้วยนะ

ที่ลับเบลดแบบพกพาสำหรับคนเล่นประจำ

ที่ลับเบลดแบบพกพาสำหรับคนเล่นประจำ

ส่วนของการลับเบลด บางคนที่เล่นประจำอาจจะลับเอง แต่เราก็แนะนำว่าถ้าเล่นไม่บ่อย อย่าเสี่ยงจะดีกว่า เพราะถ้าลับมาไม่ดีจะมีผลต่อการเล่น แล้วจะทำให้คืนที่เดิมเนี่ยใช้เวลาอยู่พอสมควรเลยล่ะ แต่เอารูปมาให้ดูว่าที่ลับแบบทำเองหน้าตาเป็นยังไงเฉยๆ