สเก็ตลีลาแบ่งได้กี่แบบ กี่ประเภท??


เมื่อพูดถึงสเก็ตลีลาแล้วหลายคนคงจะนึกถึงแต่สเก็ตน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้ว อินไลน์ฟิกเกอร์สเก็ต (Inline Figure Skate) ก็ใช้กฎกติกา ท่าต่างๆ และการแข่งขันเช่นเดียวกับสเก็ตน้ำแข็งทุกประการ ซึ่งจะมีกลุ่มของ ควอดสเก็ต (Quad Skate) หรือบอกให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ โรลเลอร์สเก็ตแบบเล่นลีลา (Artistic Roller) ที่คาบเกี่ยวกันอยู่ และในรายการแข่งขันรายการใหญ่ๆ มักจะเป็นการรวมตัวของสเก็ตพื้นเรียบทั่วไปอย่างกลุ่ม อินไลน์สเก็ต (Inline Skate) หรือที่เราๆ เข้าใจกันว่ามันคือ โรลเลอร์เบลด ประเภทต่างๆ ด้วย

ดังนั้น เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นฟิกเกอร์สเก็ต (Figure Skate) แล้ว ก็จะแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ

  1. Ice Figure Skate คือ การสเก็ตไปบนพื้นน้ำแข็ง
  2. Inline Figure Skate (อาจรวมถึง Artistic Roller ด้วย)สเก็ตลีลาพื้นเรียบ

นักกีฬาสเก็ตน้ำแข็งระดับโลกหลายคนเริ่มการสเก็ตจาก Inline หรือ Artistic Roller มาก่อน จึงง่ายที่จะเล่นสเก็ตน้ำแข็ง และพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคนที่ยังไม่เคยได้ลองเล่นสเก็ตน้ำแข็ง หรือเล่นมาบ้าง แต่ไม่ค่อยมีเวลาได้ไปลานน้ำแข็ง ลองเล่น Inline Figure Skate ดู แล้วจะรู้สึกว่าแทบไม่ได้ต่างกับการสเก็ตบนลานน้ำแข็ง และถ้าเล่นได้คล่องแล้ว อยากจะไปเล่นสเก็ตบนน้ำแข็ง ก็แทบไม่ต้องปรับอะไรมากโดยเฉพาะท่าที่ใช้ กฎกติกา ในการแข่ง เหมือนสเก็ตน้ำแข็งทุกอย่าง

ประเภทของการแข่งขัน

การแบ่งประเภทการแข่งขันนี้ ไม่จำกัดอยู่แค่กลุ่มของสเก็ตน้ำแข็งเท่านั้น เพราะตามระเบียบของ ISU นั้นรวมทุกอย่างที่สามารถทดแทนสเก็ตน้ำแข็งได้ไปหมดแล้ว ดังนั้น Inline Figure Skate จึงใช้ระเบียบการแข่งขันเดียวกับสเก็ตน้ำแข็งทุกประการ จะมีความต่างเพียงการแบ่งระดับฝีมือของนักสเก็ต เพราะจำนวนคนเล่นมีไม่มากนัก

1 – แบ่งตามนักเสก็ต

  • Single ที่แบ่งเป็นหญิง (Ladies) และชาย (Men) จะชายแท้รึเปล่านี่ก็แล้วแต่บุคคล แต่ถ้าแปลงเพศก็ต้องอดแข่งไปเลยเหมือนกัน เพราะยังไม่เคยได้ยินว่ามีนักเสก็ตแปลงเพศลงแข่ง แต่ถ้าลงจริงก็ไม่แฟร์เหมือนกันแหละ แต่ที่แน่ๆ บางที่มีประเภท Gay Skate ด้วยนะ ^ ^
  • Pairs คือการเล่นคู่ เป็นการสเก็ตที่จัดว่าอันตรายที่สุด มีท่าหมุน ท่ากระโดดที่ทำพร้อมกัน หมุนคู่ ท่าโยน ท่ายก (ต้องยกสูงกว่าหัว) มีการแข่งแค่ 2 ประเภทเท่านั้น คือ Short Program กับ Long Program เหมือนกับแข่งเดี่ยว ไม่บังคับเพลงแต่งต้องไม่มีเสียงคนร้อง
  • Ice Dancing คือการเล่นคู่แบบไม่มีหมุนไม่มีกระโดด ซึ่งการหมุนจะทำแค่ 3-4 รอบ และต้องไม่เหมือนท่าหมุนที่กลุ่ม Pairs เค้าใช้ด้วย ท่ายกที่สูงไม่เกินหัว และจะเล่นแยกคู่กันน้อยกว่าประเภท Pairs เช่นกัน เรียกง่ายๆคือมันคือลีลาศบนลานน้ำแข็ง ส่วนการแข่งขันก็มี 3 ประเภท เป็น Original Dance, Contemporary Dance, Free Dance
  • Synchronize เป็นอีกประเภทที่น่าสนใจและมาแรงไม่แพ้รายการเดี่ยว เพราะเป็นการเล่นเสก็ตแบบทีมที่มีจำนวนสมาชิกตั้งแต่ 8-20 คน และต้องมีทั้งการ แยกแถว รวมแถว ท่ายก แยกโชว์ตามความสามารถของสมาชิกในทีมและโชว์พร้อมกัน แล้วแต่กติกาในการแข่งขันจะกำหนด

2 – แบ่งตามระดับความสามารถ/อายุ

การแข่งตามระดับความสามารถมักจะจัดแบ่งตามกลุ่มอายุด้วย แต่ระยะห่างของแต่ละช่วงอายุขึ้นกับจำนวนนักสเก็ตด้วย หลักๆ แล้วที่มีการแบ่งเหมือนๆ กันคือ

  • ระดับปกติ คือคนที่เล่นสเก็ตมาตั้งแต่เด็กๆ มักจะแบ่งระดับฝีมือกับอายุไปด้วยกันเลยตั้งแต่ Pre-Preliminary, Preliminary, Pre-Juvenile, Juvenile / Intermediate, Pre-Novice, Novice, Junior และ Senior
  • ระดับผู้ใหญ่หรือ Adult บางประเทศนับคนที่สเก็ตจริงจังเมื่ออายุ 18 ปี ขึ้นไป ขึ้นกับสมาคมของแต่ะละประเทศ
  • ระดับผู้สูงอายุที่ต้องเช็คอายุขั้นต่ำที่กำหนดจากประกาศรายการแข่งขันแต่ละรายการ
  • ระดับไม่จำกัดฝีมือ มักจะเห็นชัดในรายการแข่งขันไม่เป็นทางการมากนัก เป็นการแข่งขันแบบเปิด Open แต่ก็ใช่ว่าไม่จำกัดฝีมือ เพราะรายการแข่งขันแบบเปิดมีทั้งหมายถึงเปิดโอกาสให้คนที่เล่นสเก็ตทั่วไปเข้าร่วมแข่งได้ (ของไทยก็จำกัดฝีมือกันบ้าง ให้สูงสุดแค่ระดับ Freestyle ต้นๆ) กับรายการเปิดที่หมายถึง ไม่จำกัดพื้นที่ของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน เช่น เปิดให้นักกีฬาต่างชาติมาร่วมการแข่งขัน หรือเปิดให้นักกีฬานอกพื้นที่มาร่วมแข่งในรายการแข่งขันภายใน

3 – แบ่งตามโปรแกรมการแข่งขัน

ในการแข่งของประเภท Single (Men & Ladies) และประเภท Pairs จะมีอยู่ 2 ประเภท

  • Short Programme จะเน้นที่เทคนิคเป็นหลัก ความยาวของเพลงก็ไม่ยาวมาก เพื่อให้เน้นใช้ท่าบังคับเป็นหลัก โดยท่าบังคับจะเยอะกว่าอีกประเภทที่จะพูดถึงต่อไป
  • Free Programme หรือ Long Programme เป็นโปรแกรมที่ใส่ท่าได้เยอะกว่า และท่าที่บังคับมาก็มีอยู่ แต่น้อยกว่า Short Programme และเพลงจะมีความยาวกว่าเช่นกัน ซึ่งในระดับมืออาชีพก็ไม่ได้แข่งประเภทนี้เสมอไปถ้าทำคะแนนจาก Short Programme ไว้ไม่ดี (อันนี้ก็อาจจะขึ้นกับโควต้าของผู้เข้ารอบที่ทางรายการแข่งกำหนดไว้ด้วย)
  • Ice Dance จะแบ่งเป็น 3 ประเภท (แปลจาก Wikipedia.org อัพเดท 25 เมษายน 2552)
    • Complusory Dance (CD) ประเภทนี้เป็นรายการแรกที่นักเสก็ตประเภท Ice Dance ต้องลงแข่ง รายการนี้จะใช้ลักษณะการเต้นที่คล้ายกับการเต้นรำในงานสังคมทั่วไป แน่นอนว่าต้องมีการบังคับในส่วนของ Tempo (ความเร็วของจังหวะเพลงต่อนาที) ที่ใช้ด้วย การเต้นประเภทนี้จะอาศัยพื้นที่ครึ่งลาน (ไม่รู้ว่าถ้าลานเล็กยังต้องเล่นครึ่งเดียวอีกรึเปล่านะ) แต่ข้อบังคับในการแข่งประเภทนี้จัดว่าเยอะอยู่ ทั้งชุด ทั้งจังหวะเพลงที่ต้องใช้ แล้วยังเสต็ปเท้าที่มี Pattern ออกมาเลยว่าต้องไปยังไง ซึ่งอันนี้ก็ต้องตามดูว่าทาง ISU [International Skating Union] จะออกมาว่ายังไงด้วย คงจะอัพเดทส่วนนี้ไม่ได้
    • Original Dance (OD) รายการนี้เป็นรายการที่สองของการแข่งขันฟิกเกอร์เสก็ตประเภท Ice Dance เทียบได้กับการแข่ง Short Programme ของประเภทคู่และเดี่ยว แต่มีการบังคับเพลงที่ใช้ โดยเพลงจะสั้นกว่าประเภท Free Dance ที่จะพูดถึงต่อไป การเต้นสามารถคิดเองได้แต่ต้องไม่ตัดกลางลาน (ถ้าเป็นเส้นทแยงมุม สามารถทำได้ตามปกติ) และการเต้นคู่กันตลอดเวลาเป็นจุดที่จำเป็นที่สุดสำหรับประเภทนี้
    • Free Dance (FD) เป็นรายการแข่งรายการสุดท้ายของนักเสก็ตประเภท Ice Dance ซึ่งนักกีฬาสามารถเลือกเพลง เลือกจังหวะเอง และคิดการเต้นเองได้ ตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมามีการบังคับในเรื่องของท่า และเพลงเข้ามาด้วย โดยในส่วนของท่าจะต้องมีเสต็ปต่อเนื่อง ท่ายก หมุน และการเล่นท่าที่เปลี่ยนทิศทาง-เปลี่ยนขา ที่เรียกว่า Twizzle สำหรับท่ายก ให้อิสระมากกว่าและให้ทำได้มากกว่า ท่ายกยิ่งแปลกและยากจะยิ่งได้คะแนนสูงกว่า ในส่วนของเพลงมีการบังคับว่า ระดับ Senior ต้องมีความยาวเพลง ประมาณสี่นาที แต่จะเกินหรือน้อยกว่าสิบวินาทีไม่ได้ และอนุญาตให้ตัดต่อเพลงเพื่อให้มีจังหวะที่หลากหลายด้วย
  • Precision / Syncronized Skate คือ การสเก็ตแบบเป็นทีม มีทั้งทีมเล็ก ทีมใหญ่ แนวเดียวกับระบำใต้น้ำเลย ไม่เน้นท่ากระโดด หรือท่าหมุนมากนัก แต่เน้นความพร้อมเพรียงของทีมมากกว่า
  • รายการอื่นๆ มักจะมีให้เห็นบ่อยๆ ในการแข่งขันที่จัดแบบสนุกๆ มีทั้งการแข่งใส่รองเท้าสเก็ต แข่งเฉพาะท่าเน้นเทคนิค แนวสร้างสรรค์ (Creative) การเล่นเป็นตัวละครหรือตัวการ์ตูนในสื่อต่างๆ) ขึ้นกับผู้จัดการแข่งขัน

แถมท้าย

สำหรับ Artistic Roller ที่จัดว่ามีการแข่งเหมือนกับสเก็ตน้ำแข็ง และอินไลน์ฟิกเกอร์แล้ว ยังมีอีกรายการแข่งที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักสเก็ตลีลาประเภท Quad Skate ด้วย ทำให้รายการแข่งเรียกชื่อต่างไปบ้าง

  • ฟิกเกอร์ (Figures) มาแนวๆ เดียวกับ Move in the Field คือ เน้นเทคนิคการสเก็ต เช่น การควบคุมทิศทางของเท้า (เดิมคือการคุมให้วิ่งเป็นวงกลม จึงเป็นที่มาของฟิกเกอร์สเก็ต ที่คำว่า สเก็ต จะออกเสียงคล้ายกับ 8)
  • ฟรีสไตล์ (Freestyle) ในลักษณะของการเล่นเดี่ยวเน้นการกระโดดและหมุน
  • คู่ (Pairs) จะใช้การเล่นที่คล้ายกับฟรีสไตล์ แต่เป็นการเล่นเป็นคู่ และมีท่ายกเพิ่มเข้ามา
  • แดนซ์ (Dance) แนวลีลาศบนล้อ เหมือนกันลีลาศบนน้ำแข็ง มีการแบ่งประเภทการเต้นเป็น Compulsory Dance Original Dance และ Free Dance
  • โซโล่ แดนซ์ (Solo Dance) คล้ายกับการเต้นลีลาศแบบไม่ต้องเข้าคู่
  • แบบทีม / กลุ่ม (Precision) เป็นการเล่นเป็นทีมโดยมีจำนวนสมาชิกในทีม 12-24 คน ในสเก็ตน้ำแข็งจะเรียกว่า “ซินโครไนซ์ สเก็ตติ้ง” (synchronized skating)

One thought on “สเก็ตลีลาแบ่งได้กี่แบบ กี่ประเภท??

  1. Pingback: กีฬา » Blog Archive ความรู้เกี่ยวกับกีฬาสเก็ตลีลา » กีฬา

การแสดงความเห็นถูกปิด