Ice Dance


ความเป็นมาของ  Ice Dance

ประเภท Ice dance เป็นการเล่นเสก็ตน้ำแข็งที่ได้มาจาก Ballroom Dance แต่ยังไม่ได้มีบรรจุในการแข่งขัน Winter Olympic จนกระทั่งในปี 1976 ส่วนประเภทคู่นั้นมีมาก่อนแล้ว Ice Dance จึงต่างจากประเภทคู่ตรงที่จะไม่มีท่ากระโดด ไม่มีท่าโยน ท่ายกที่ไม่ให้ตัวผู้หญิงสูงกว่าหัวผู้ชาย และห้ามเล่นห่างกันเกินสองช่วงแขน ในส่วนของเพลงจะจุกจิกกว่าเช่นกันเพราะมีการบังคับจังหวะของเพลงที่ใช้ (น่าจะเหมือนกับการแข่งขันเต้นรำนะ)

ประเทศดั้งเดิมของ Ice Dance เลยนี่จะเป็นประเทศอังกฤษ ดูเหมือนว่าการเต้นประเภท Compulsory จะเป็นประเภทที่เริ่มก่อน โดยมีการพัฒนาจากบรรดา Ice Dancer ของอังกฤษในช่วง 1930 แน่นอนว่าในระยะแรก คู่จากอังกฤษพากันคว้าแชมป์ในการแข่งประเภท World Championships มาได้ติดต่อกันถึง 16 ครั้ง และ Jayne Torvill กับ Christopher Dean ก็ทำสถิติได้ถล่มทลายกับคะแนนเต็ม 6 จากการเต้นเพลง Boleroในการแข่งประเภท Free Dance คว้าแชมป์โอลิมปิกที่ซาราเจโว ไปในปี 1984

ไสตล์การเล่นแบบอังกฤษ ของดั้งเดิมจะเน้นที่ลำตัวตั้งตรง ย่อเข่าเยอะๆ และมีการปรับให้ท่ามีความหลากหลายมากขึ้นในช่วง 1960 โดยบรดานักเสก็ตจากยุโปรตะวันออก เพิ่มเรื่องของความเร็วเข้ามาด้วย ในยุค 1970 Ice Dancers จากโซเวียตพัฒนาให้การเต้นออกมาคล้ายๆกับการแสดง เป็นเหมือนการเล่นเป็นเรื่องราวสั้นๆหรือการเอาบัลเล่ต์มาใส่ไปด้วย เสต็ปที่ยากขึ้น พร้อมกับเส้นของการวิ่งและความเร็วที่เพิ่มขึ้นด้วย ทาง ISU เลยพยายามจำกัดขอบเขตของการเต้นจนกลายเป็นน่าเบื่อไป ในที่สุดทาง ISU ก็ต้องยอมเอาข้อบังคับที่ทำให้ Ice Dance น่าบเออกไปแล้วใช้เป็นในลักษณะของ ท่าบังคับที่ใช้ในการแสดงเทคนิคแทน และบังคับในเรื่องของ จังหวะเพลงแต่สามารถใช้เพลงที่มีเสียงคนร้องได้ในขณะที่การแข่งขันประเภท เดี่ยวและคู่ไม่อนุญาตให้ใช้

สำหรับประเภทที่แข่งในรายการนี้ที่แบ่งเป็น 3 ประเภทนั้นกล่าวถึงไปแล้วคร่าวๆในส่วน ประเภทของการแข่งขัน สามารถกดเข้าไปดูได้ ในส่วนนี้จะพูดถึงรายละเอียดที่ลงลึกไปอีกระดับ

1. Compulsory Dance

เรื่องที่อธิบายว่าประเภทนี้เป็นยังไง เข้าไปอ่านได้ในส่วนของ ประเภทการแข่งขันที่แบ่งตามโปรแกรม ในนี้จะไปดูรายละเอียดกัน โดยสเต็ปของการเต้นในประเภทนี้ได้แก่;-

  1. American Waltz
  2. Argentine Tango
  3. Austrian Waltz
  4. Blues
  5. Cha Cha Congelado
  6. European Waltz
  7. Finnstep
  8. Fourteenstep
  9. Foxtrot
  10. Golden Waltz
  11. Kilian
  12. Midnight Blues
  13. Paso Doble
  14. Quickstep
  15. Ravensburger Waltz
  16. Rhumba
  17. Rocker Foxtrot
  18. Silver Samba
  19. Starlight Waltz
  20. Tango
  21. Tango Romantica
  22. Viennese Waltz
  23. Westminster Waltz
  24. Yankee Polka

American Waltz, European Waltz, Fourteenstep, and Kilian เป็นการเต้นที่มีมาตั้งแต่ช่วงแรกๆแล้วในกีฬาฟิกเกอร์เสก็ต และเสต็ปใหม่ๆหลายแบบก็ได้มาจากการคิดค้นของคู่เต้นจากประเทศอังกฤษในช่วง 1930 นอกจากนั้นแล้วการเต้นอีกหลายแบบที่มีการประยุกต์มาจาก Original Dance หลังจากที่มีการบรรจุประเภท Original Dance ลงในการแข่งขันในปี 1960 โดยใน Wikipedia ได้มีการระบุว่าท่า Golden Waltz เป็นท่าที่ซับซ้อนและท้าทายที่สุดในบรรดาการเต้นแบบอื่นๆที่กล่าวไปแล้ว โดยคู่ของ Marina Klimova กับ Sergei Ponomarenko เอามาจาก Original Dance และเล่นไว้ในการแข่งขันปี 1987 ในส่วนของการเต้นที่เป็นพื้นฐานที่สุดของการเรียน Ice Dance จะเป็นท่า Dutch Waltz ที่เน้นการเต้นคู่กันไปด้านหน้า และใช้จังหวะที่ช้า

สำหรับจังหวะที่บังคับของปารแข่งประเภทนี้ตามที่ ISU กำหนด

COMPULSORY DANCES 2008/2009

  • Junior: # 9 Starlight Waltz กับ # 16 Paso Doble
  • Senior: # 7 Viennese Waltz, # 15 Finnstep และ # 16 Paso Doble

COMPULSORY DANCES 2009/2010

  • Junior: # 6 Westminster Waltz กับ # 22 Argentine Tango
  • Senior: # 11 Golden Waltz กับ # 23 Tango Romantica

ส่วนของสเต็ปสามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Pattern การเต้นของ Compulsory Dance ไปก่อน

2. Original Dance

ISU มีการกำหนดจังหวะที่ต้องเล่นไว้ในแต่ละปี แต่จะต่างกับ Compulsory ตรงที่เลือกเพลงเองได้ และออกแบบลีลาเองได้เช่นกัน เทียบได้กับการแข่งแบบ Short Programme ของการแข่งประเภทเดี่ยวและคู่ ซึ่งความแตกต่างนี้ได้เขียนถึงไว้แล้วในส่วนของ ประเภทการแข่งขัน ส่วนที่ว่าแต่ละปีบังคับจังหวะอะไรไปบ้างนั้น มาดูกันต่อเลย (ของ Senior Level นะ) ทางคนที่อัพเดทก็ใส่อ้างอิงไว้ในตอนท้ายขอไม่ลงในนี้ให้ เพราะจังหวะที่เปลี่ยนในแต่ละปี และข้อบังคับที่อาจจะปรับเปลี่ยนหรือไม่นั้นขึ้นกับทาง ISU แล้วตัวอย่างอันนี้ขอไม่ใส่ให้ในนี้นะ มันเยอะไปแล้วล่ะ+ที่ไม่พอยัดลงตารางถ้าไปลงนอกตารางจะดูยาก

ช่วงปีที่แข่ง จังหวะ ความหมาย/ที่มา ตัวอย่างการเต้น
 1995-1996 Paso Doble เป็นจังหวะการเต้นที่สนุก มีชีวิตชีวา โดยมีที่มาจากทางตอนใต้ของฝรั่งเศส แต่ใช้รูปแบบ เสียง การแสดง และการเคลื่อนไหวจากลีลาการต่อสู้วัวกระทิงของสเปน ซึ่งคำว่า Paso Doble หมายถึงสองเสต็ป (หรือว่า เสต็ปสองจังหวะ หว่า) ในภาษาเสปน เพลงที่ใช้จะเป็นทำนองแบบที่ใช้ในระหว่างการสู้วัวกระทิงของ มาธาดอร์ แต่บางทีก็ใช้การเต้นแบบ Flamenco 1996 Champ Series Final, Oksana Grishuk +Evgeny Platov [RUS]
 1996-1997 Tango จังหวะ มิรองก้า MILONGA คือแม่แบบของจังหวะแทงโก้ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะคือ การเคลื่อนไหวของ ศีรษะและไหล่ โดยการสับเปลี่ยนทันทีทันใด จากการเคลื่อนไหวสู่ความนิ่งสงบต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการเต้นรำจังหวะ มิรองก้า นี้ในโรงละครเล็ก ๆ โดยเหล่าชนสังคมชั้นสูงที่มาจากประเทศ บราซิล ในช่วงเวลานั้น ชื่อของมันได้ถูกเปลี่ยนจาก มิรองก้า เป็นแทงโก้ ชื่อของมิรองก้า ยังมีตำนานเล่าขานอีกมากมายที่จะหวนไปสู่ความทรงจำ ที่มีมาจากนครบัวโนส แอเรส (BUENOS AIRES)แห่งประเทศอาร์เจนติน่า จังหวะแทงโก้ ได้ถูกแนะนำสู่ทวีปยุโรป ความจริงแล้วเริ่มก่อนในกรุงปารีส ในชุมชนชาวอาร์เจนติน่า กระทั่งปี ค.ศ.1907 แทงโก้ไม่เป็นที่ยอมรับในกรุงลอนดอน การเต้นได้ส่อแนวไปทางเพศสัมพันธ์มากเกินไป และมีคนจำนวนมากคัดค้าน ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ (STYLISTIC) ไปบ้าง จังหวะแทงโก้ถึงได้รับการยอมรับในกรุงปารีส และลอนดอน ในเวลานั้น (ค.ศ. 1912) ซึ่งเป็นช่วงเวลาของแทงโก้ปาร์ตี้ แทงโก้ทีส์ และแทงโก้ซุปเพียร์ ร่วมกันกับการแสดงของเหล่านักเต้นแทงโก้ระดับมืออาชีพ ในปี ค.ศ.1920/1921 จังหวะแทงโก้ ได้เพิ่มความมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ในการร่วมปรึกษาหารือในการประชุมที่มหานครลอนดอน ระหว่างช่วงทศวรรษที่ 30 ลักษณะการกระแทกกระทั้นเป็นช่วงๆ (STACCATO ACTION) ได้ถูกนำเข้าใช้ร่วมในองค์ประกอบท่าเต้นของจังหวะแทงโก้ [ลอกมาจาก ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์] เข้าไปดูเกี่ยวกับเทคนิค(ลีลาศ) 1997 World FS Champ, Oksana Grishuk + Evgeny Platov [RUS]
1997-1998 Jive ไจว์ฟ เป็นจังหวะเต้นรำที่มีจังหวะจะโคน และการสวิงค์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก ROCK’N’ROLL, BOGIE และ AFRICAN /AMERICAN SWING ต้นกำเนิดของ ไจว์ฟมาจาก NEW YORK , HALEM ใน ค.ศ. 1940 ไจว์ฟ ได้ร่วมกันถูกพัฒนาไปสู่จังหวะ จิกเตอร์บัคจ์ (JITTERBUG) และจากนั้น MR. JOS BRADLY และ MR. ALEX MOORE ชาวอังกฤษ ได้พัฒนาจังหวะดังกล่าว จากนั้นมาไจว์ฟจึงได้เข้าสู่การแข่งขันในระดับสากล [ลอกมาจาก ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์] 1998 Skate Canada International, Shae-Lynn Bourne+ Victor Kraatz [CAN]
 1998-1999 Waltz ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1910 – 1914 ฝูงชนได้หลั่งไหลไปที่บอสตันคลับ ใน โรงแรมซาวอย ที่ตั้งอยู่ ณ กลางกรุงลอนดอน เพื่อเต้นรำจังหวะ “บอสตัน วอลซ์” ซึ่งเป็นต้นแบบของวอลซ์ ที่ใช้ในการแข่งขันปัจจุบันในปี ค.ศ. 1914 จังหวะบอสตันได้เสื่อมสลายลง เบสิคพื้นฐานได้ถูกเปลี่ยนไปในทิศทางของ “วอลซ์” หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จังหวะวอลซ์ ได้เริ่มถูกพัฒนาให้ถูกทางขึ้นด้วยท่าแม่แบบ อย่างเช่น THE NATURAL และ REVERSE TURN และ THE CLOSED CHANGE ความก้าวหน้าในการพัฒนา จังหวะ “วอลซ์” เป็นไปอย่างยืดยาด และเชื่องช้า ผู้ที่ได้ทุ่มเทกับการพัฒนาจังหวะนี้เป็นพิเศษ ต้องยกให้ มิส โจส์เซฟฟิน แบรดลีย์ (JOSEPHINE BRADLY) วิคเตอร์ ซิลเวสเตอร์ (VICTOR SILVESTER) และแม็กซ์เวลล์ สจ๊วตค์ (MAXWELL STEWARD) และแพ็ทไซด์ (PAT SYKES) แชมป์เปี้ยนคนแรกของชาวอังกฤษ สถาบันที่ได้สร้างผลงานต่อการพัฒนาแม่แบบต่างๆ ให้มีความเป็นมาตรฐานคือ “IMPERIAL SOCIETY OF TEACHERS” (ISTD) ท่าแม่แบบเหล่านี้ บรรดานักแข่งขันยังคงใช้กันอยู่ถึงปัจจุบัน [ลอกมาจาก ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์] 1999 World FS Champ, Marina Anissina+ Gwendal Peizerat [FRA]
 1999-2000 Latin Combination: Merengue, Cha Cha, Samba, Mambo, Rumba
  • Merengue – Merengue เป็นการเต้นประจำชาติของสาธารณรัฐโดมินิกันและมีการกระจายไปถึงเพื่อนบ้านอย่างเฮติ สำหรับการเต้น Merengue นี้มีสองแบบคือ แบบแรกเป็นแบบดั้งเดิมของสาธารณรัฐโดมินิกันและของทาสที่อยู่ในพื้นที่นั้น การเต้นแบบนี้มีตั้งแต่ช่วงแรกๆที่สาธารณรัฐโดมินิกันก่อตั้งขึ้น และในภาษาเฮติ คำนี้หลายถึงขนมชนิดหนึ่ง โดยกลางศตวรรษที่สิบเก้าที่ Merengue ไม่เพียงแต่จะใช้ในทุกลีลาศโอกาสในสาธารณรัฐโดมินิกันเท่านั้นแต่ยังเป็นที่นิยมในแถบแคริบเบียนและอเมริกาใต้และเป็นหนึ่งในมาตรฐานการเต้นละตินอเมริกาด้วย [ที่มา: Merengue โดย Lori Heikkila]
  • Cha Cha – จังหวะช่า ช่า ช่า ได้รับการพัฒนามาจาก จังหวะ แมมโบ้ (MAMBO) และเป็นจังหวะลาตินที่คนส่วนมากชอบที่จะเลือกเรียนรู้เป็นอันดับแรก ชื่อของจังหวะนี้ ตั้งขึ้นโดยการเลียนเสียงของรองเท้า ขณะที่กำลังเต้นรำของสตรี ชาวคิวบา จังหวะ ช่า ช่า ช่า ได้ถูกพบเห็นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกาและระบาดเข้าไปในยุโรป เกือบจะเป็นเวลาเดียวกันกับ จังหวะแมมโบ้ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จังหวะแมมโบ้ได้เสื่อมความนิยมลงไป โดยหันมานิยมจังหวะ ช่า ช่า ช่า ซึ่งกลายเป็นความนิยมอย่างจริงจัง ในปี ค.ศ. 1956 หากสอดคล้องกับต้นแบบแล้ว ดนตรีของจังหวะ ช่า ช่า ช่า ควรเล่นด้วยอารมณ์ความรู้สึกโดยปราศจากความตึงเครียดใดๆ ร่วมด้วยลักษณะการกระแทกกระทั้นของจังหวะที่ทำให้นักเต้นรำสามารถที่จะสร้างบรรยากาศของความรู้สึกที่ขี้เล่น และซุกซน ให้กับผู้ชมได้ เมื่อไม่นานมานี้ เป็นที่ตกลงกันไว้ว่า ให้ตัดทอนชื่อให้สั้นลง เป็น ช่า ช่า แต่ข้าพเจ้าไม่เห็นว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำอย่างนั้น [ลอกมาจาก ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์]
  • Samba – ต้นแบบของแซมบ้ามาจากอัฟริกา แต่ได้รับการพัฒนามากที่สุดที่ประเทศบราซิล ซึ่งจะปรากฏให้เห็นในงานเทศกาลรื่นเริงและตามโรงเรียนสอนจังหวะแซมบ้าในประเทศบราซิล ปี ค.ศ. 1925 จังหวะแซมบ้าได้เริ่มแพร่หลายเข้าสู่ทวีปยุโรป ถึงแม้ว่า แซมบ้า จะได้รับการยอมรับเป็นจังหวะหนึ่งที่ใช้ในการแข่งขันก็ตามแต่การบุกเบิกครั้งสำคัญของจังหวะแซมบ้า ได้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1939 ในงานมหกรรมการแสดงระดับโลกในนครนิวยอร์ค จังหวะแซมบ้าได้ถูกยอมรับอย่างแท้จริงในปี ค.ศ. 1948/1949 ผู้ที่ได้พัฒนาจังหวะแซมบ้า มากที่สุดคือ WALTER LAIRD และ LORRAINE ซึ่งทั้งสองท่านเป็นอดีตแชมป์เปี้ยนโลก ของการเต้นรำแบบ ลาตินอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น [ลอกมาจาก ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์]
  • Mambo –อีกประเภทหนึ่งของการเต้นในแถบละติน เป็นการเต้นของคิวบา เพื่อใช้กับเพลงเฉพาะ (Mambo Music) ที่คิดโดย Chachao ในยุค 1930 และเผยแพร่ไปทั่วโลกโดย Perez Prado และ Beny Moré แต่ดูเหมือนว่ายังมีการสับสนกับการเต้นแบบ Modern อยู่ [Wikipedia.org]
  • Rumba – ประมาณกันว่า รุมบ้าถูกนำเข้ามาในอเมริกาโดยทาสชาวอัฟริกัน แต่เมื่อราว ค.ศ. 1928/1929 การก้าวเท้าและรูปแบบการเต้นของจังหวะนี้ ยังไม่ชัดเจนทีเดียว คนส่วนมากทึกทักเอาการเต้นของจังหวะนี้เป็นการเต้นรูปแบบใหม่ ของจังหวะ ฟอกซ์ทรอท โดยเพิ่มการใช้สะโพกลงไป หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รุมบ้า ได้รับการพัฒนาต่อให้เป็น คิวบันรุมบ้า โดย (MONSIEUR PIERRE และ DORIS LAVELL) นักเต้นรำชาวอังกฤษ ซึ่งมีโรงเรียนสอนเต้นรำอยู่ที่ ถนน REGENT ในนครลอนดอน แต่ก็ยังไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร จนกระทั่ง WATER LAIRD เริ่มเขียนตำราเต้นรำของ ลาติน ขึ้นผลงานของเขาได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากจากหลายองค์กรของการเต้นรำ และ นั่นเองการจัดมาตรฐานก็บรรลุถึงความเป็นจริง [ลอกมาจาก ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์]
2000 World FS Champ, Marina Anissina + Gwendal Peizerat[FRA] Latin Rhythm Combo
 2000-2001 Charleston, Foxtrot, Quickstep and March
  • Charleston – เป็นท่าเต้นที่ได้ชื่อมาจากเมื่อง Charleston ใน South Carolina จังหวะนี้เป็นที่นิยมในการแสดงที่อเมริกาในช่วง 1923 โดยมีการใช้ครั้งแรกในละครบอร์ดเวย์เรื่อง Runnin’ Wild ส่วนที่มาดั้งเดิมของการเต้นจังหวะนี้มาจากกลุ่มคนเชื้อสายแอฟริกา-อเมริกันที่อาศัยในอเมริกาหรือกลุ่มคนดำ [ที่มา: Wikipedia.org – Charleston] ลองอ่านเพิ่มเติมอีกเว็บดูก็ได้ของ Streetswing.com
  • Foxtrot – Foxtrot กำเนิดมาจากการแสดงในบทบาทของ Vaudeville แสดงโดย Harry Fox ในช่วงฤดูร้อนปี 1914 โดยชื่อ Fox ของนักแสดงคนนี้ได้มาจากปู่ของเขา Fox-Trot มาจากการเต้นของ Harry Fox ในการแสดงที่ New York ที่เป็นจังหวะวิ่งเหยาะตามเพลงจึงเป็นที่รู้จักในชื่อ Fox’s Trot จังหวะนี้มีการพัฒนามาใช้ในการเต้นลีลาศ มีการแยกเป็นจังหวะช้าและเร็ว จึงที่ให้ท่านี้เล่นได้หลากหลายกว่า แต่บางทีก็ทำให้ยากที่จะเรียนรู้เหมือนกัน [ที่มา: Foxtrot Dance History]
  • Quickstep – จังหวะควิ๊กสเต็ป ได้แตกแขนงมาจาก จังหวะฟอกซ์ทรอท ช่วงทศวรรษที่ 20 วงดนตรีส่วนมากจะเล่นจังหวะฟอกซ์ทรอท ถึง 50 บาร์ต่อนาที ซึ่งเป็นความเร็วที่เร็วเกินไป การก้าวเท้าที่เปิดกว้างของจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอทไม่สามารถจะทำการเต้นบนความเร็วขนาดนี้ได้ ชาวอังกฤษได้พัฒนามาจากการเต้น ชาร์ลสทั่น (CHARLESTON) ต้นแบบซึ่งเป็นจังหวะหนึ่งของการเต้นที่ต่อเนื่องโดยไม่มีการเตะเท้าและได้ทำการผสมผสานกับจังหวะฟอกซ์ทรอท (เร็ว) ที่ได้กล่าวมาแล้ว เรียกจังหวะนี้กันว่า จังหวะ ควิ๊กไทม์ ฟอกซ์ทรอท และ ชาร์ลสทั่น (QUICKSTEP FOXTROT AND CHARLESTON) คู่เต้นรำชาวอังกฤษ แฟรงค์ฟอร์ด และ มอลลี่ สเปญ (FRANKFORD AND MOLLY SPAIN)ได้เต้นรูปแบบใหม่ของจังหวะ QUICKTIME FOXTROT AND CHARLESTON ในงานเดอะสตาร์แชมป์เปี้ยนชิพ ของปี ค.ศ.1927 โดยปราศจากลักษณะท่าทางของการใช้เข่าแบบ CHARLESTON และทำการเต้นเป็นคู่แทนการเต้นแบบเดี่ยว รูปแบบท่าเต้น คือ QUARTER TURNS, CROSS CHASSES, ZIGZAGS, CORTES,OPEN REVERSE TURNS และ FLAT CHARLESTON ในปี ค.ศ. 1928 / 1929 จังหวะควิ๊กสเต็ปได้แจ้งเกิดอย่างแน่ชัด ในรูปแบบของ การก้าวแบบ ชาสซี่ส์ (CHASSES STEPS) [ลอกมาจาก ศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์]
2001 World Figure Skating Champ, Tanith Belbin+ Benjamin Agosto [USA] Ballroom Rhythm Combination
 2001-2002 Tango, Flamenco, Paso Doble and Spanish Waltz
  • Flamenco – การเต้นรำสไตล์ฟลามิงโก (Flamenco) ที่มีชื่อของประเทศสเปน เป็นรูปแบบศิลปะแบบสแปนิชขนานแท้ โดยรูปแบบของฟลามิงโก มีอยู่ 3 แบบ คือ el cante ตัวบทเพลง, el baile การเต้น และ la guitarra การเล่นกีตาร์ ส่วนที่มาของศิลปะการเต้นรำแนวฟลามิงโกนี้ ว่ากันว่า พวกชนเร่รอนหรือ ยิปซี เป็นผู้คิดค้นขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจกันนัก ว่านอกจากที่คิดค้นขึ้นมาแล้ว พวกยิปซี เป็นผู้สร้างสรรค์ศิลปะนี้ด้วยหรือเปล่า แต่ที่เห็นได้ชัด คือ บทเพลงและการเต้นรำแบบอันดาลูเซีย (Andalusia) ส่งอิทธิพลต่อฟลามิงโกยุคแรก ๆ แน่นอน มาดูที่มากันอีกหน่อย ตอนแรกที่มีตำนานตาเตสซอซ เกิดขึ้น และตามมาด้วย 900 ปี ที่ดินแดนสเปน ถูกครอบครองโดยกลุ่มชนมุสลิม..ไม่มียุคไหนที่ผ่านล่วงเลยไป โดยไม่ส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอันดาลูเซีย และ ฟลามิงโก ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือทางอ้อม ในช่วงยุคทอง ระหว่างปี 1869 -1910 ของศิลปะฟลามิงโก ได้มีการพัฒนาศิลปะด้านนี้ไปในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านดนตรีแบบคาเฟ่ (cafés cantantes) ซึ่งในช่วงนี้ เป็นช่วงที่ฟลามิงโก มีความเข้มข้นที่สุด ในการปลดปล่อยความรู้สึกลึก ๆ ในจิตใจของผู้คนออกมา และในช่วงนี้เอง ที่ศิลปะการเต้นรำแบบฟลามิงโกได้ก้าวสู่จุดที่สูงขึ้นไปอีก เมื่อเหล่านักเต้นได้กลายมาเป็นสิ่งที่ดึงดูความสนใจผู้คนได้มากที่สุด นอกจากนี้ บทบาทของเสียงเพลงจากกีตาร์ยังได้ขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงเดียวกันนี้ด้วย เมื่อได้กลายมาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของศิลปะฟลามิงโก ในช่วงปีค.ศ. 1910 ถึง ค.ศ. 1955 การขับขานบทเพลงฟลามิงโก เป็นบทบาทหลักของนักโอเปรา ฟลามิงกา (ópera flamenca) ควบคู่ไปกับบทเพลงฟังสบาย ๆ อย่างฟานแดงโก และกานเตส เด ไดดา และ บูเอลตา ที่บ่งบอกถึงการได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมแบบลาตินอเมริกาอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ปีค.ศ. 1915 เป็นต้นมา ทั่วโลก ก็มีการนำศิลปะฟลามิงโกไปแสดง แต่ไม่ทุกคน ที่ชื่นชอบศิลปะนี้ กระนั้น ในปีค.ศ. 1922 ได้มีกลุ่มปัญญาชน ซึ่งมีมานูเอล เด ฟายา รวมอยู่ด้วย ได้จัดการแข่งขันการเต้นฟลามิงโกขึ้นที่กรานาดา (Granada) เพื่อเผยแพร่ศิลปะฟลามิงโกแบบแท้ ๆ ให้แพร่หลายมากขึ้น ก่อนจะเต้นซะจนเพี้ยนกันไปซะหมด [ที่มา: ศิลปะการเต้นฟลามิงโก โดยไก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมดจาก Bloggang]
  • Spanish Waltz – น่าจะเป็นหนึ่งในการเต้นจังหวะ Waltz นะ
2002 Olympics, Marina Anissina + Gwendal Peizerat [FRA]Flamenco Tango
 2002-2003 Memories of a Grand Ball: Waltz, Polka, March, and Gallop
  • Polka – ชื่อ Polka มาจากสาธารณะรัฐเชคฯ จากคำว่า půlka ที่หมายถึงครึ่งเดียว ที่อ้างถึงจังหวะการเต้นแบบครึ่งสเต็ป ส่วนคำว่า Polka ในภาษาเชคหมายถึง ผู้หญิงชาวเชคฯ ส่วนคำนี้ในภาษาโปแลนด์ใช้ Pólka ที่มาของการเต้นจังหวะนี้มาจากเรื่องราวของ Bohémia ที่มีการแสดงในโรงละคร และมีการเผยแพร่ไปยังประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ ในปี 1843 โดย Cellarius และมีการนำไปใช้แสดงในโรงละครอีกหลายครั้ง [ที่มา: Streetswing.com และ wikipedia.org – Polka]
  • Gallop – เป็นจังหวะที่มีการเคลื่อนไหวเหมือนม้าวิ่ง โดยประยุกต์มาจากจังหวะ Waltz บางทีจึงเรียก Galop-Waltz กำเนิดจากประเทศฮังการีในยุค 1800 (แต่บางคนบอกจากเยอรมัน) ในช่วง 1815 การเต้นจังหวะนี้ได้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีการกระจายไปสู่กรุงเบอร์ลินและเวียนนาครั้งแรกในปี 1822 จากนั้นไปสู่งานบอลของฝรั่งเศสและตามด้วยประเทศอังกฤษ สำหรับท่านี้ก็มีการนำไปปรับใช้ในบัลเล่ต์เช่นกัน แลการเต้นแบบ Berlin Dance ก็เป็นการผสมระหว่าง Galop กับ Polka [ที่มา:Streetswing.com]
2003 World Champ, Shae-Lynn Bourne+ Victor Kraatz [CAN]Waltz and Polka
 2003-2004 Swing Combo: Jive, Boogie Woogie, Jitterbug, Rock N’ Roll and Blues
  • Boogie Woogie – เป็นจังหวะของเปียโนที่ใช้พื้นฐานจาก Blues เป็นที่นิยมในช่วงปลายยุค 1930 และต้นยุค 1940 มีถิ่นกำเนิดจาก New Orleans โดย George W. Thomas ในช่วง 1910 อันนี้แอบงงเพราะมันเกี่ยวกับจังหวะเปียโน ด้วยความโง่ดนตรี เรียนดีดยังไม่รอดจะมาเอาเทคนิคคงยาก (ถ้าตัดต่อที่มีน่ะอีกเรื่อง 555)[ที่มา: Streetswing.com และ wikipedia.org – Boogie Woogie]
  • Jitterbug – ก็เป็นอีกจังหวะของ Swing ซึ่งมีการใช้ในภาพยนตร์หลายเรื่องโดยจุดเริ่มต้นมาจากอเมริกา ในปี 1931-1932 ผู้ที่คิดคือ Whites Lindy Hoppers [ที่มา:Streetswing.com]
  • Rock N’ Roll – มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาช่วง 1950 [ที่มา: Streetswing.com]
2003 Skate America, Delobel & Schoenfelder[FRA]Boogie Woogie/Blues
 2004-2005 Foxtrot, Quickstep, Charleston Cup of Russia 2004, Oksana Domnina + Maxim Shabalin [RUS]slow fox/quickstep
 2005-2006 Latin Combination: Merengue, Cha Cha, Samba, Mambo, Rumba Olympics 2006, Anastassia Grebenkina-Vazgen Azroyan[ARM]ลองดูคู่ที่ไม่ใช่แชมป์บ้าง คู่นี้อยู่อันดับ20+หลังจากรายการแรก Latin Comibnation
 2006-2007  Tango 2007 Worlds Champ, Tessa Virtue and Scott Moir [CAN]
 2007-2008 Folk, Country Folk – ในภาษาอังกฤษ คำนี้กลายมาจาก *fulka ของเยอรมันที่หมายถึง คน หรือกองทัพ ซึ่งจะเป็นการเต้นของท้องถิ่น แน่นอนว่าของแต่ละที่ก็แตกต่างกัน โดยชาวอเมริกาจะคิดว่าเป็น Square Dance [ที่มา: Streetswing.com และ wikipedia.org – Folk] 2008 Worlds Champ, Tanith Belbin+ Benjamin Agosto [USA]
 2008-2009 Rhythms of the 1920s, 1930s, and 1940s [ความยาวเพลงอยู่ที่ 2.30 นาที (+/-10วินาที)] ปีนี้ให้ใช้เพลงจากยุค 20-30 ได้หมด ยกเว้นเพลงที่เป็นจังหวะแทงโก้ 2009 Canada National, Tessa Virtue + Scott Moir [CAN]เพลง Won’t You Charleston with Me?
 2009-2010  Folk, Country สำหรับทั้งรุ่น Junior และ Senior โดยความยาวเพลงอยู่ที่ 2.30 นาที (+/-10วินาที) รายการนี้ยังไม่ถึงช่วงแข่ง

จากตารางที่ใส่ไว้ให้ อาจจะมีผิดพลาด (อย่างแน่นอน) ยังไงก็ขอโทษด้วยแล้วกัน เพราะเรื่องพวกนี้มันจุกจิกเยอะกว่าที่คิด ศัพท์เฉพาะที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจมากกว่าเดิมซะที และคิดว่าถ้าลองไปหาอ่านเอาจากกีฬาลีลาศน่าจะคล้ายๆกัน ทางคนที่เล่นลีลาศน่าจะรู้เยอะกว่าชัวร์กว่าเลยอยากให้เข้าไปอ่านเอง ยังไงก็ลงไว้ให้เท่านี้ ใส่ลิงค์ตอนท้ายให้กดไปดูต่อเองแล้ว ส่วนของข้อบังคับต่างๆที่ใช้ในประเภท Ice Dance โดยเฉพาะลองเข้าไปดูได้จาก ISU Communication No. 1496 เอา อันนี้เป็นอันล่าสุดสำหรับ 2009-2010

 3. Free Dance

ส่วนของประเภทนี้ที่ว่ามันคือรายการอะไร ใส่ไว้ในบทของประเภทการแข่งขันตามโปรแกรมแล้ว ในหน้านี้ มาดูกันดีกว่าว่าท่าบังคับมีอะไรบ้าง งง ล่ะสิว่าไหนว่าเป็น Free Dance ทำไมยังมีท่าบังคับอีก ไม่ต้อง งง เพราะมันต้องมีบ้าง นักเสก็ตจะได้โชว์เรื่องของเทคนิคเต็มที่ไปเลยในส่วนที่เป็นท่าบังคับ และทำให้การเต้นมีขอบเขตในระดับนึง (ที่น่าจะเกี่ยวในเรื่องที่ว่า ถ้าอิสระมากไปอาจจะอันตรายและหลุดจากการเป็น Ice Dance ไปจะดูไม่ดีด้วยล่ะมั้ง)

ท่าที่ควรจะมีในการเล่นสเก็ตประเภท Free dance

    • Dance Lifts เป็นท่าบังคับในการแข่งประเภท Free Dance แต่จะแตกต่างจากประเภทคู่ตรงที่การยก ผู้ชายจะต้องไม่ยกผู้หญิงสูงกว่าหัว และไม่จำเป็นว่าต้องมีการเคลื่อนไหวในระหว่างที่ยกเสมอไป จะเป็นการยกอยู่กับที่ก็ไม่ถือว่าผิดกติกา (แต่จะให้ดีลองเช็คกับกติกาที่ทาง ISU มีออกมาอีกทีจะดีกว่า)
Dance Lift

Dance Lift ของ Marie-France Dubreuil และ Patrice Lauzon รูปจาก http://www.dissonskating.com

  • Dance Spins โดยส่วนมากจะมีการใส่ท่าหมุนในประเภทนี้อย่างน้อย 1 ครั้งและเป็นการหมุนคู่ไปด้วยกันซึ่งสองคนอาจจะอยู่ในท่าที่ต่างกันหรือเหมือนกันก็ได้ มีการเปลี่ยนขาหรือเปลี่ยนท่าได้ และจำนวนรอบขั้นต่ำจะต้องอยู่ที่ 3 รอบ หากว่ามีการเปลี่ยนท่าในระหว่างที่หมุนจะเรียกว่า Combination Pair Spin ซึ่งท่านี้ของ Ice Dance ลักษณะจะเหมือนกับการหมุนในประเภทคู่ที่ไม่ใช่การหมุนแบบ Side-by-Side Syncronized Twizzles เป็นท่าที่หมุนในลักษณะของการใช้ท่า 3-Turn โดยจำนวนรอบมักจะอยู่ที่ 4 รอบเป็นอย่างน้อย ซึ่งทั้งคู่จะหมุนไปพร้อมๆกันในทิศทางเดียวกัน และมักจะมีการเปลี่ยนทิศทางการหมุนด้วย นอกจากนี้ ในส่วนของทิศทางก็ทำได้อย่างอิสระ (ต่างจาก Spin ยังไง? ท่านี้จะเป็นการหมุนที่เรียกว่า Trvelling Spin แต่ไม่ผิดกติกานะเพราะจัดเนท่าบังคับของ Free Dance แต่ถ้าเป็น Spin จะเป็นการหมุนอยู่กับที่ ถ้ามีการเคลื่อนที่เมื่อไหร่ก็โดนหักคะแนนแน่นอน
  • Step Sequences ในประเภทนี้ นักเสก็ตสามารถแสดงลีลาได้เต็มที่ การจะใช้ Footwork ทำได้อิสระ จะไปในทิศทางไหนก็ได้ ทั้งแนวตรงแนวทแยง โค้งไปโค้งมาหรือจะโค้งเป็นวงเลยก็ได้
  • Ice Dance Step and Footwork ไม่ค้อยแน่ใจนักว่ามันต่างกับ Step Sequences ยังไง แต่น่าจะต่างตรงที่ Ice Dance Step จะมีส่วนของ movement ของเท้าเพิ่มมาคล้ายกับเป็นท่าบังคับนอกเหนือจากท่ากลุ่ม Turns ที่เคยลงไว้ให้แล้ว สำหรับ movement ของเท้าที่ใช้ในการแข่งประเภท Free Dance นี้ไม่แน่ใจว่ามีอีกมั้ย ถ้ามีไว้จะมาลงเพิ่มให้ แต่จากที่หาดูมีลงอยู่แค่นี้
    • Progressives คล้ายกับ Forward Crossover แต่จะต่างกันที่จังหวะไขว้เปลี่ยนขา Crossover จะยกเท้าข้ามไปวาง แต่ Progressive จะเป็นการเลื่อนเท้าไปอยู่หน้าแทน ซึ่งนักเสก็ตประเภทเดี่ยวหลายคนก็ทำแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าจะทำให้วิ่งได้เร็วกว่า (ไมต้องยกเท้าไง) ท่านี้ทำได้ทั้งแบบ Back และ Forward แต่ยังแอบ งง ว่า Back จะไปยังไง ใช่แบบที่ทำปกติกันอยู่รึเปล่านะ
    • Swing Rolls ใช้ขาข้างที่เป็น Free Leg ดันตัวไป ถ้าเล่นโค้งซ้ายขวาบนเส้นตางในลาน ข้างที่เป็น Free Leg นี้จะเหยียดตรงที่สุดในช่วงของโค้งก่อนที่จะวกกลับเข้าเส้นเดิม ส่วนขาที่เป็น Skating Leg จะย่อในตอนเริ่มและเหยียดขึ้นเมื่อ Free Leg เหยียดสุด คลิปที่เอามาใส่ให้ดูนี้เค้าเขียนไว้สองท่า Progressive กับ Swing Rolls ซึ่งผู้หญิงน่าจะทำ Swing Rolls นะแล้วผู้ชายเป็น Progressive
    • Chasses อ่านดู ชื่อนี้จะเป็นชื่อของจังหวะที่มาคั่นระหว่าง Stroke มากกว่า เหมือนการสับขาแบบไม่ไขว้
      • ขั้นแรก วิ่งให้ได้แรงในระดับนึงแล้ววางเท้าคู่กัน อาจจะเริ่มจากทำเป็นวงไปก่อน
      • ตามด้วยท่า Stroke ให้ขาขวาที่เป็น Free Leg เหยียดตรงไปด้านหลัง (เหมือนท่า Forward Stroke)
      • ดึงเท้ากลับมาคู่กัน ยกเท้าซ้ายขึ้นเล็กน้อย ซึ่งในจังหวะนี้จะข้างที่ยืนจะเป็น Inside ของขาขวา เรียกจังหวะนี้ว่า Chasse
      • วางขา ดึงขากลับมาแล้วทำเช่นเดิม
      • ถ้าทำคู่กับเพลง อันนี้อธิบายยากเพราะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเพลงนัก เอาเป็นว่า ตามเค้าเลยแล้วกัน ‘Stroke on beat one, chasse on beat two.’ แต่ถ้าใช้เพลงจังหวะ Waltz จะทำ Chasse ใน Beat ที่ 3 แทน และที่สำคัญคืออย่าลืมฝึกทั้งสองข้าง
    • Dutch Waltz เป็นสเต็ปเบสิกที่ใช้ในการสอน Ice Dance ซึ่งจะไม่มีการเปลี่ยนทิศทางและการทำท่าที่ต้องมีการถอยหลัง

กดเข้าไปดู Diagram of Dutch Waltz แล้วเอาไปลองเล่นก็ได้นะ ^^

อยากเป็น Ice Dancer??

ถ้าใครเคยดูการแข่งขันประเภทนี้อาจจะเกิดความรู้สึกสองแบบคือ แบบแรก ไปเต้นบนพื้นธรรมดาไม่ได้รึไง ต่างกับลีลาศตรงไหน ไม่มีกระโดดไม่มีหมุนเท่าไหร่ ไม่เห็นจะน่าดูเลย กับความรู้สึกอีกแบบที่ว่าเออ สวยดี ท่าจะง่ายด้วยไม่ต้องไปฝึกหมุนฝึกกระโดด แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะการจะจำเสต็ปแต่ละอันที่ต่างกันได้ การจะฝึกจนขาแข็งแรงที่จะเคลื่อนไหวได้ไม่ต่างกับว่าเต้นอยู่บนพื้นธรรมดามั้นยากเอามากๆ ไม่ต้องไปพูดถึงการสอบเลื่อนระดับที่มีการแบ่งพอๆกับการเล่นเสก็ตแบบปกติที่ต้องสอบเก็บ หัวข้อนี้ได้มาจาก Figureskate.about.com แต่จากที่อ่านดู แทบจะใช้ไม่ได้เลยสำหรับเมืองไทยที่ไม่เคยมีการเรียนการสอนประเภทนี้และไม่มีกระทั่งคู่ชายหญิงที่ตัดสินใจจะเล่นเสก็ตไปพร้อมๆกัน เลยขอปรับอย่างเยอะเป็นว่า เอาให้ตรงตามจุดประสงค์ของบล็อกเรา “เล่นเสก็ตประหยัดงบ” ไปแทนก่อน

ในเมืองไทยท่าจะยาก สำหรับคนที่อยากจะเล่นประเภทนี้ แต่ถ้าสนใจจริงๆน่าจะมีคนที่พอสอนได้อยู่ ที่เป็นคนไทย เล่นได้สวยไม่แพ้ต่างชาติด้วย แต่จะหาตัวเจอนี่ก็คงยากไม่น้อยเหมือนกัน อาจจะต้องรอจนถึงวันที่มีแข่งแล้วเดินเข้าไปถามเค้าว่ารับสอนมั้ย สนใจอยากเรียน Ice Dance อะไรแบบนี้ ซึ่งถ้าไม่เริ่มจากการเรียนก็แทบจะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว แต่ถ้าไหนๆอยากจะเล่นจริงๆแต่คนสอนไม่มี หรือถ้าลองถามแล้วทางคนสอนยังไม่พร้อมจะสอนก็แนะนำว่าฝึกพวกท่าที่ใช้ขาไปก่อนเยอะๆ อย่างที่บอกไว้ในส่วนของ Turns หรือฝึกพวกเสต็ปพื้นฐาน (ของไทยจะอิงกับ ISIA test ที่เริ่มตั้งแต่ระดับ Freestyle 2 ขึ้นไป — ไว้มาลงให้ไม่เป็นชาร์ตก็ลงเป็นลิงค์)

นั่นคือระดับแรกสำหรับคนที่อยากจะเป็น Ice Dancer จริงๆ (ส่วนเรื่องคู่ที่ว่าจะมีมั้ยนี่ก็ ไม่ต้องสนใจมากก็ได้ อย่างอังกฤษยังมีที่เล่นประเภทนี้คนเดียวเยอะแยะไป) และระดับที่สองก็คือ ลองฝึกตามคลิปวีดีโอดู ถ้าอ่านสเต็ปของเค้าออก ลองหาคู่ที่เป็นนักเสก็ตหน้าใหม่ในระดับที่ต่ำๆมาลองทำตามไปก่อนก็ได้

ระดับต่อมาคือการเข้าไปแจมในบอร์ดต่างๆที่เกี่ยวกับ Ice Dance ซึ่งอาจจะได้เทคนิคอะไรใหม่ๆ การฝึก อาจจะเจอคนที่สามารถแนะนำให้ได้ชนิดที่เรียกว่าอย่างโปรฯเลยหรือได้เจอกับโค้ชหน้าใหม่ที่อยากเก็บผลงานอาสามาฝึกสอนให้ถึงที่ก็ยังได้ หรือกระทั่งคู่เต้นก็ได้นะ

ระดับสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด และสำคัญที่สุดคือการฝึกซ้อม บอกได้แค่นี้จริงๆ และถ้าอยากแข่งจริงๆ ก็ต้องบอกเลยว่างานนี้ต้องหามืออาชีพจริงๆมาช่วยแล้วล่ะ (อาจจะเป็นขนาดที่ว่า แพงแค่ไหนก็ต้องยอมแล้วล่ะ -_-“ งานนี้คงบอกแค่ว่า ขอให้โชคดีนะจ๊ะ ^^ หลุดวงโคจรของกลุ่มเราไปแร้วววว)

และที่แน่ๆ ต้องมีคนถามแน่นอนว่า ประเภทนี่ไม่เห็นจะมีท่ากระโดดเลย ไม่ต้องฝึกท่ากระโดดได้มั้ย อาจจะบอกว่าไม่ฝึกก็ได้ แต่จริงๆแล้วนักเสก็ตประเภทนี้ก็เล่นท่าของประเภทเดียวได้นะ ถ้าให้ดีและสามารถจะทำได้ ฝึกคู่กันไปด้วยเลยจะดีกว่า อ่อ แล้วถ้าลองดูและทำตามในคลิปวีดีโอที่ดูแล้วก็ยังไม่รู้สึกว่าทำได้แบบนั้นซะทีก็คงต้องบอกว่า ถ้าฝึกเองแล้วยังไม่ได้ขนาดนั้น ถ้าแกะท่าออกแล้วยังทำได้บ้างก็ถือว่าเก่งแล้วล่ะ ของแบบนี้ใช้เวลาไม่น้อย และการจะเป็นได้อย่างนักกีฬาที่เห็น กว่าจะไต่ไปทีละระดับอีก ส่วนข้อดีของการาเล่นเสก็ตประเภทนี้คือไม่ต้องห่วงเรื่องอายุ เพราะการกระโดดไม่จำเป็น จึงไม่อันตรายสำหรับนักเสก็ตเท่าประเภทเดี่ยวหรือคู่แบบ Pair

เอาเป็นว่าจบในส่วนของ Ice Dance ไว้แต่เพียงเท่านี้ดีกว่า เพราะรู้สึกว่าเริ่มจะทำเละเทะยังไงไม่รู้ จริงๆ Ice Dance เป็นประเภทที่เราเองแทบจะเรียกว่าเมินไปเลยทีเดียว แต่ในเมื่อมันคีอส่วนหนึ่งของ Figure Skate ก็หนีไม่พ้นต้องเอามาลงไว้ให้จะได้เป็นบล็อกที่เกี่ยวกับเสก็ตน้ำแข็งประเภทลีลาทุกเรื่องจริงๆ (แอบเริ่มชอบ-ดู-บ้างเล็กน้อยเมื่อเห็นของคู่คนไทยที่มีอยู่แค่คู่เดียวมาแข่งใน Skate Thailand 2005 ออกแนวๆมาโชว์มากว่า) งานนี้เจอของดีๆเลยเอามาฝากทิ้งไว้ให้ Dance Pattern ไม่แน่ใจว่าของ Compulsory Dance กับ Original Dance ใช้แบบเดียวกันมั้ย แต่เห็นลงไว้ก็ลองกดเข้าไปดูเอง มีเยอะเลยล่ะ แน่นอนว่า หากมีอะไรแก้ไขปรับปรุงก็… ติดตามกันเอง หุหุ ^^

Thanks ข้อมูลหลักๆจาก Wikipedia.org  figureskate.about.com, Streetswing.com และ Youtube.com ^^