Pair Skate


สำหรับประเภทคู่ที่เรียกว่า เด่นที่สุดและอันตรายที่สุดของกีฬาที่ใครๆก็มองว่าเป็นกีฬาสวยงาม (ที่ผู้ชายไม่น่ามาเล่น) แต่มีอะไรจะให้ดูเปิดเรื่องไปก่อน ขอเริ่มด้วย…

เห็นรึยังล่ะว่าอันตรายเจงๆ ไม่ได้พูดเล่น ขนาดระดับอาชีพแล้วยังมีพลาดกันขนาดนี้ ถึงประเภทนี้ในเมืองไทยยังไม่มี แล้วก็รู้สึกว่าแค่จะผู้ชายมาคู่ด้วยก็หายากเต็มทนแล้ว เพราะคนชอบมองว่ากีฬานี้เป็นกีฬาผู้หญิง ถามหน่อยว่าถ้าหผู้ชายที่เล่นกีฬานี้โดยเฉพาะประเภทนี้ไม่แข็งแรงพอจะเล่นได้มั้ยล่ะ (นักฟุตบอลงี้ กีฬาแมนๆ แข็งแรง แต่ก็คงยังไม่พอถ้าต้องยกผู้หญิงและหมุนไปบนพื้นลื่นๆแบบนี้) แล้วนักสเก็ตประเภทนี้หลายคนที่ลงเอยด้วยการแต่งงานร่วมหอกันไปเรียบร้อยเหมือนกัน มาเริ่มเข้าเรื่องกันดีกว่า เพราะกีฬานี้มีคู่สองแบบ หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าสองแบบมันต่างกันตรงไหน หรือจะดูยังไง เอาเป็นว่าหน้านี้เราจะเจาะลึกประเภทคู่แบบนี้โดยเฉพาะ และมี Ice Dance มาแซมๆให้เล็กน้อยในเรื่องของความต่าง

Pair ต่างกับ Ice Dance ยังไง?

Ice Dance มันคือการเต้นลีลาศบนลานน้ำแข็ง ส่วนของสเต็ปหรือจังหวะเท้า ไม่แน่ใจว่าจะต่างหรือเหมือนกับลีลาศปกติแค่ไหน Pair คือการเล่นคู่ที่มีความยากกว่าในส่วนของการยก ที่ผู้ชายต้องยกฝ่ายหญิงให้สูงกว่าหัวได้ และความแข็งแรงของทางผู้หญิงก็ต้องมีมากพอด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ไม่ใช่แค่เต้นคู่กันตลอดเพลงอย่าง Ice Dance แต่ต้องมีการแยกกันทำแต่ก็ต้องพร้อมกันด้วย เรียกว่า Side-by-Side สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง Pair กับ Ice Dance และอาจจะสับสนบ้างสำหรับคนที่ไม่เคยดูกีฬาชนิดนี้คือ การหมุนคู่ที่ไม่ได้หมุนท่าเดียวตลอดและทั้งคู่ไม่ได้ใช้ท่าเดียวกัน ส่วนมากจะเห็นในลักษณะของท่าที่เป็นการหมุนแบบหันหน้าเข้าหากัน และสองคนอยู่คนละท่า

เมื่อก่อนนี้คนที่ไม่ชอบการกระโดดมักจะไปเลือกเล่นประเภท Ice Dance มากกว่า แต่ก็มีนักเสก็ตประเภทคู่เล่น Ice Dance คู่ไปด้วย และคู่ Dance บางคุ๋ก็เล่นคู่แบบ Pair ได้ เพราะในปัจจุบันการสอบมาจากพื้นฐานเดียวกันแล้วมาแยกทีหลัง (จริงๆเหมือนการสอบใหม่ในแบบคู่กันมากกว่าด้วยซ้ำ -_-“)

ข้อจำกัดของ Pair ก็มีคล้ายๆกับประเภทเดี่ยวในเรื่องของท่าบังคับที่ต้องทำให้ครบทั้งหมุน กระโดด ท่าคู่อื่นๆ และสเต็ป (Ice Dance ส่วนมากจะเป็นแพทเทิร์นการเต้นอย่างเดียว ยกเว้นส่วนของ Free Dance ที่มีท่าบังคับบ้างเล็กๆน้อยๆ) และยังมีเรื่องของเพลงที่แม้ว่าจะเลือกได้อิสระกว่า Ice Dance แต่เพลงที่มีเสียงร้องจะใช้ได้แค่รายการโชว์เท่านั้น

ท่าบังคับในประเภท Pair มีอะไรบ้าง?

การสเก็ตประเภทคู่ก็คล้ายๆกับการเล่นในประเภทเดี่ยว จะมีเพิ่มก็เป็นส่วนของท่าคู่เช่น ท่ายก ท่าโยน ท่าหมุนคู่กัน หรือท่าเคลื่อนไหวอื่นๆที่ทำคู่ด้วยกัน สำหรับการจะเล่นคู่กัน ไม่ใช่แค่ว่าฝีมืออยู่ในระดับที่เท่ากันเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆด้วยเช่น ความเร็ว ท่าในตอนวิ่งที่การก้าวขา เหยียดขา ลำตัว แทบจะต้องเหมือนกับถอดมาจากกระจกกันเลย ในต่างประเทศ โค้ชจะดูออกว่าใครน่าจะเล่นคู่กับใครได้ แต่ในเมืองไทย ประเภทนี้เรียกว่าไม่มีเลยจะดีกว่า แต่ถ้าในรายการสเก็ตเอเชียหรือประเทศอื่นในเอเชียก็พอมีให้เห็นมากขึ้นอยู่เรื่อยๆ ประเทศที่มีประเภทคู่เยอะเนี่ย เค้าไม่มองว่าสเก็ตน้ำแข็งเป็นกีฬาผู้หญิงหรอกนะ เผลอๆต้องแข็งแรงกว่านักฟุตบอลด้วยซ้ำ แล้วยังเรื่องของความปลอดภัยด้วย ที่ต่อให้มีอุปกรณ์ก็ไม่มั่นใจเรื่องการติดตั้งอยู่ดี (เพราะอุปกรณ์ที่จะช่วยได้ชัวร์ๆคืออุปกรณ์ที่ต้องอาศัยเพดานลานสเก็ตไง แล้วเพดานมันแข็งแรงพอมั้ยล่ะนั่น) อีกเรื่องคือ เรื่องของโค้ชที่ต้องมีเวลาพอที่จะคอยดูแลนักสเก็ตคู่ตลอดเวลาของการซ้อม เพราะอันตรายเกิดได้ตลอดเวลา อ่านมาเจอแบบนี้จะขยาดกันเลยรึเปล่าเนี่ย เอาเป็นว่า สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การซ้อมที่ต้องมีโค้ชดูแลกับร่างกายที่แข็งแรงพอทั้งสองฝ่าย ก็คือการไว้ใจกันด้วย ทีนี้มาดูกันบ้างว่าท่าที่บังคับในรายการแข่งของสเก็ตประเภทนี้มีอะไรบ้าง

1- Side-by-Side

อันนี้ขอไม่พูดถึงมาก เพราะมันก็คือการทำท่าบังคับที่คล้ายๆกับที่มีในรายการเดี่ยว คือกระโดด หมุน และสเต็ปหรือ Footwork

  • ท่ากระโดด ทั้งคู่ต้องทำพร้อมๆกันตั้งแต่จังหวะวิ่งมา เตรียมกระโดด จังกวะกระโดดและจังหวะลงที่ต้องเท่ากัน บางคู่ถนัดกันคนละด้าน ท่ากระโดดเลยดูเหมือนกับว่าส่องกระจกอยู่ก็มี
  • ท่าหมุน Side-by-Side เป็นการหมุนแยกกัน ความเร็วเท่ากัน มุมของตัว-ขาขนานกันอะไรแบบนี้ ที่ยิ่งหมุนใกล้กันเท่าไหร่คะแนนจะได้เยอะขึ้น (และอันตรายมากขึ้นด้วย)
  • สเต็ปหรือ Footwork จะต่างกับของ Ice Dance อย่างเห็นได้ชัด เพราะมักจะเป็นการทำแยกกันแต่เหมือนกันและพร้อมกัน ในขณะที่ Ice Dance จะเป็นการคู่กัน จะมีแยกบ้างเล็กน้อย (จะไปเห็นในประเภท Free Dance)

 

2- Lifts

ท่าที่สำคัญและชวนหวาดเสียว (คงไม่ใช่แค่คนดูแน่ ที่หวาดเสียว) จากเว็บ sk8stuff.com ได้แบ่งเป็น 6 กลุ่มโดยท่าที่อยู่ล่างๆจะเป็นท่าที่ยากขึ้น และท่าที่จะจัดเป็น “Lifts” ได้นั้น ฝ่ายชายต้องมีการ หมุนที่เรียกว่า Turn ไปด้วย (ส่วนมากจะเห็นแบบนี้มากกว่าการยืนหมุนอยู่กับที่นะ) ถ้าเป็นการทำท่าอื่นๆเช่น Crossover, Spread Eagle หรือท่าที่ไม่ใช่การหมุน จะเรียกว่าแบก (Carry) ซึ่งตามกฎในปี 2001 นั้น อนุญาตให้มีท่าแบกอย่างที่ว่า ได้ 1 ครั้งในรายการ Free Program ของระดับ Senior นอกนั้นต้องเป็น Lifts ปกติ (ส่วนการเปลี่ยนแปลง หรือข้อบังคับจะไปอยู่ในบท Rules and Mark) กลับมาในส่วนของท่ายกที่แบ่งเป็นกลุ่มๆกันต่อ การจัดเป็นกลุ่มนี้ก็มาจากจังหวะขึ้นซึ่งจะเป็นท่ากระโดดที่ฝ่ายหญิงต้องทำเพื่อให้ฝ่ายชายยกได้ง่ายขึ้น แม้ว่าบางท่าจะดูจากท่าของฝ่ายหญิงในจังหวะที่ยกขึ้นไปแล้ว ชื่อของกลุ่มท่ายกในเว็บที่ดึงข้อมูลมาแปลให้นี้ขอไม่แปลชื่อนะ (แปลแล้วมันแปลกๆ ไม่แปลจะดูดีกว่า)และไม่ต้องสงสัยว่าทำไมชื่อท่าย่อยๆในแต่ละกลุ่มเป็น Lift แต่ชื่อกลุ่มทำไมเป็น Hold นะ เพราะความหมายของ Hold ไม่ต่างจากคำว่า Lift มากนัก (sk8stuff เขียนไว้ประมาณนี้) สำหรับวีดีโอคลิปที่ลงไว้ให้นี่ เอาไปดูก่อน ไว้ยังไงอาจจะมาเปลี่ยนให้ หรือจะเข้าไปดูเองจากเว็บ sk8stuff เองก็ได้ (แต่นั่งกดเยอะหน่อยนะ ^^)

กลุ่ม 1 Hand to Armpit Hold

ท่ายกกลุ่มนี้ได้แก่ Lutz Lift, Flip Lift และ Axel Lift ดูเหมือนว่าจะเป็นการยกที่ไม่สูงมาก เพราะมือข้างนึงของฝ่ายชายจะยกใต้รักแร้และมืออีกข้างก็ยันมือข้างนึงของฝ่ายหญิง ส่วนของฝ่ายหญิงก็จะยันบ่าฝ่ายชายไว้ด้วยข้างนึง ระดับความสูงในการยกจึงอยู่แต่ระดับคอของฝ่ายชาย ท่าของผู้หญิงในจังหวะที่ยกขึ้นไปแล้วจะเป็นท่าแยกขา (Split) หรือ Cross Split (ที่ไม่นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าจะเป็น cross ยังไง) สำหรับ Axel Lift ยังมีในระดับที่เป็น Hand to Hand ด้วย

Axel Lift หรือเป็น Waltz Lift กันแน่!! จากที่อ่านดูในเว็บ figureskate.about.com ผู้หญิงจะมีการหมุนอีกรอบนึงในจังหวะที่ยกขึ้นด้วยซึ่งถ้าเป็น Axel Lift ในกลุ่มของ Hand to Hand (sk8stuff.com) ล่ะก็ไม่มีอะไรสงสัยแล้วเพราะมีจังหวะหมุนแต่อาจจะไปสับสนกับ Overhead Lift อีกเหมือนกัน ยังไงจะไปพูดถึงอีกที เท่าที่ดูแล้ว เอาชัวร์ๆและท่ายกที่อยู่ในระดับนี้ ความจริงน่าจะเรียกว่า Waltz Lift (Shulman, S. 2001) มากกว่า Flip Lift กับ Lutz Lift จะคล้ายๆกัน เลยจะดูยากหน่อยว่ามันเป็น Lutz หรือ Flip Lift แล้วก็จะไปเห็นในการทำ Twist Lift ที่จะพูดถึงในท่ายกกลุ่มต่อไป

Axel Lift

Lutz Lift

กลุ่ม 2 Hand to Waist Hold

กลุ่มนี่เป็นท่ายกที่ฝ่ายชายจะยกฝ่ายหญิงขึ้นโดยการจับที่เอว ท่าในกลุ่มนี้ได้แก่ Loop Lift หรือ Waist Loop Lift, Platter หรือ Tabletop Lift และ Twist Lift ที่จะแตกต่างจากท่ายกธรรมดาเล็กน้อยเพราะฝ่ายหญิงมีการใส่จำนวนรอบเข้าไปด้วย

  • Loop Lift/Waist Loop Lift เป็นท่าที่มาจากการทำ Backward ของทั้งสองคน ตั้งท่าเข้าเหมือนจะทำ Loop Jump เหมือนๆกันเพียงแค่คนที่จะกระโดดจริงๆจะเป็นฝ่ายหญิงแทน ระหว่างที่ตั้งท่ารอฝ่ายชายจับที่เอวของฝ่ายหญิง สำหรับตำแหน่งมือของผู้หญิงจะกางแขนอยู่หรือจะวางที่ข้อมือผู้ชายก็ได้แล้วแต่ความถนัด ส่วนมากจะทำอย่างหลังนะ จังหวะขึ้น ผู้หญิงลากเบลดเป็น Outside ของขาขวาเหมือนกับการขึ้นท่า Loop Jump ปกติ และการยกจะไม่สูงเลยหัวผู้ชาย (จะแค่บังหน้า -_-“)
  • Platter Lift (Tabletop Lift) ท่านี้จะเรียกได้อีกอย่างว่า Tabletop (ถ้าเป็นด้านหน้าและหลังของฝ่ายหญิงแอ่นตั้งขึ้นอาจจะเรียกเป็น Swan Lift ก็ได้) จังหวะขึ้นบอกไม่ถูกเพราเห็นทั้งแบบวิ่งมาแล้วกระโดดขึ้นเป็นท่านี้เลย มาแบบคล้ายๆว่าจะเป็น Press Lift (ที่จะพูดถึงในท่ายกกลุ่มที่สี่) แล้วผู้หญิงปล่อยมือออกก็มี สำหรับท่านี้คงต้องดูตอนที่ยกขึ้นไปแล้ว
  • Twist Lift ท่ายกที่มีการใส่จำนวนรอบของฝ่ายหญิง และฝ่ายชายจะเหมือนกับโยนคู่เต้นขึ้นไปด้วยพร้อมกับหันตัวไปด้วยครึ่งนึงและรับผู้หญิงลงมาก่อนจังหวะ Landing สำหรับจังหวะขึ้นจะใช้ท่าเดียวกันกับท่ากระโดดในการเล่นเดี่ยว ชื่อเต็มๆของท่านี้จึงมาจาก จำนวนรอบ+จังหวะขึ้น+Twist Lift เช่น “Double Lutz Twist Lift” และอาจเรียกได้หลายอย่างเหมือนกันอย่าง Throw Twists, Lateral Twists หรือ Split Twists สำหรับ Lateral Twist จะขึ้นเหมือนท่ายกที่เรียกว่า Star Lift หรือ Cartwheel Lift (Shulman, S. 2001) ไว้เข้าใจมากกกว่านี้จะมาอธิบายใหม่ หรือถ้าหาคลิปเจอจะมาใส่ให้แล้วกัน ส่วน Split Twist จะเห็นเยอะมากเพราะส่วนมากจังหวะขึ้น ผู้หญิงจะทำ Split แล้วค่อยรวบขาเข้าและใส่เกลียวไม่รู้ว่าช่วยให้ได้แรงเหวี่ยงเยอะขึ้นหรือเพราะได้คะแนนมากกว่านะ ส่วนของท่าขึ้นจะเห็นผู้หญิงทำ Flip ไม่ก็ Lutz มากกว่าแต่ท่ากระโดดอื่นก็ใช้ได้เหมือนกัน

กลุ่ม 3 Hand to Hip Hold

ท่ายกในกลุ่มนี้ได้แก่ Cartwheel Lift, Star Lift และ Platter Lift มีอีกท่าที่ไม่แน่ใจว่าท่าของผู้หญิงจังหวะยกขึ้นไปแล้วจะอยู่แบบไหนแต่จังหวะขึ้นเป็น Toe Loop Jump เลยเรียกท่ายกที่ขึ้นด้วยวิธีนี้ว่า Toe loop hip lift (Wapedia – Pair Lifts)

  • Cartwheel Lift กับ Star Lift มีจังหวะเริ่มที่คล้ายกันคือ เริ่มจากการวิ่งถอยหลังมา ผู้ชายวางมือที่สะโพกของฝ่ายหญิง มืออีกข้างนึงจับกับมือตรงข้ามของผู้หญิง และมืออีกข้างของผู้หญิงจะวางที่ไหล่ จังหวะยกฝ่ายหญิงจะใช้ Toe Pick ช่วยในจังหวะขึ้นและค้างในท่าเหมือนกับทำ Spiral กลางอากาศน้ำหนักมือของฝ่ายหญิงจะลงที่ไหล่ข้างนึงของฝ่ายชาย ท่ายกที่ขึ้นไปแล้วผู้ชายจะยกด้วยมือเพียงข้างเดียว ความแตกต่างของสองท่านี้จะอยู่ที่ Star Lift จะเป็นการยกที่ไปตรงๆที่ผู้หญิงจะค้างท่าที่เหมือน Spiral ไว้ในขณะที่ฝ่ายชายจะTurn ไปด้วย ถ้าเป็น Cartwheel Lift จะคล้ายกับผู้ชายจับฝ่ายหญิงตีลังกา ส่วนมากจะเป็นจังหวะลงของท่า Combination Lifts มากกว่า
  • Platter Lift จะเป็นการหันหน้าเข้าหากันฝ่ายหญิงจะจับที่ข้อมือหรือไหล่ของฝ่ายชาย และฝ่ายชายจะจับที่สะโพกของฝ่ายหญิง จังหวะที่ยกขึ้นไปแล้ว ลำตัวของผู้หญิงจะขนานกับพื้น

กลุ่ม 4 Hand to Hand Hold (ประเภท Press)

Press Lift

จะเริ่มจากการหันหน้าเข้าหากัน ส่วนมากฝ่ายชายอยู่ด้านหน้า วทิศทางของการวิ่งเป็นถอยหลัง จับมือกันแบบไม่มีการไขว้แขนใดๆ ชายย่อเข่าลงพร้อมกับเลื่อนมือทั้งสองข้างเข้าหากัน เพื่อยกผู้หญิงขึ้นได้ง่ายขึ้น ตำแหน่งของมือจะอยู่ที่หน้าท้องตอนล่างของฝ่ายหญิงนับตั้งแต่จังหวะเตรียมจนถึงจังหวะยก แขนเหยียดตรงเหมือนกันทั้งสองฝ่าย การยกจะเป็นการที่ฝ่ายหญิงกดมือลงไปที่มือของฝ่ายชาย ยกขึ้นแบบตรงๆโดยที่เหมือนกับว่าฝ่ายหญิงไม่มีการกระโดดช่วย ซี่งจริงๆแล้วจะมีการกระโดช่วยเล็กน้อย)

Loop Press Lift

จะเป็นท่าที่เริ่มเหมือนการทำท่า Loop Jump ตำแหน่งมือจะไปอยู่ที่หลังช่วงล่างของฝ่ายหญิงแทน การหันหน้าจึงหันไปในทิศทางเดียวกัน ท่าของฝ่ายหญิงในจังหวะยกแล้วจะเป็นตัววี กางขาออกเล็กน้อย ท่าจะออกมาคล้ายๆแบบนี้ (ท่าผู้หญิงนะ แต่ตำแหน่งมืออะไม่ใช่)

กลุ่ม 5 Hand to Hand Hold (ประเภท Lasso)

Lasso Lift

เป็นท่ายกที่จังหวะขึ้น มีการหมุนของฝ่ายหญิงหนึ่งรอบ เพราะการเข้าจะมาคู่กันก่อนเตะขาเหวี่ยงขึ้นไป ท่ายกนี้มีย่อยอีกเป็น Toe Lasso ที่ฝ่ายหญิงจะใช้การจิกจาก Toe Pick ช่วยในจังหวะขึ้น

Tap Overhead Lift

เป็นท่าในกลุ่มของ Lasso Lift ที่มีการขึ้นคล้ายๆกัน แต่ท่านี้จะเป็นการเริ่มจังวะยกจากการหันหน้าเข้าหากัน การหมุนของฝ่ายหญิงในจังหวะยกจะเป็นครึ่งรอบ

กลุ่ม 6 One-Hand Lasso หรือ Combination

เป็นการยกที่มีการเปลี่ยนท่าของฝ่ายหญิง แต่ในจังหวะขึ้นจะเป็นจังหวะเดียวและจะใช้ในการยกที่ฝ่ายชายจะหมุนไปเรื่อยๆบนพื้น

Star Lift แบบ One-Hand Lift ที่ใช้การขึ้นแบบ Lutz

รวมท่ายก ถึงจะเป็นการซ้อมนอกลานน้ำแข็งแต่ก็ดูได้เหมือนกัน

  • คู่แรก เป็น Combination Lift
  • คู่ที่สองและสาม Press Lift คู่สองกลับมาทำอีกรอบ
  • คู่ที่สี่ (1.20) ขึ้นแบบ loop press lift แล้วเป็น combination
  • กลับมาคู่แรก(ผู้ชายใส่เสื้อกล้ามสีเทา) ท่ายกเป็น Tap Overhead

ปล. เรื่องของท่ายกยังไม่ได้จบแค่นี้นะ ไว้มาต่อให้ ^^

3- Pair Spin

ในการหมุนของประเภทคู่แบบนี้จะมีสองแบบคือ การหมุนแยกกันที่ได้บอกไปแล้วในส่วนของ Side-by-Side และการหมุนคู่กัน ซึ่งท่าที่นิยมคือท่าหมุนประเภท Upright, Sit และ Camel Spin และมีการปรับยุกต์ไปตามความถนัดของแต่ละคู่ ทั้งแบบหมุนพร้อมกันในท่าเดียวกัน หมุนพร้อมกันโดยอยู่คนละท่ากัน หรือการหมุนและเปลี่ยนท่าทางไปด้วย(Combination Pair Spin)

Pair Combo Spin


Pair Camel Spin


Pair Combination Spin

4- Throws

5- Death Spiral

Advertisements