Part 2 Single Jumps


ในส่วนนี้ จะเน้นไปที่ท่ากระโดดที่นับเป็นท่าบังคับหลักๆ และการฝึกของท่าที่เป็นประเภท Single เท่านั้นและมีบรรจุใน ISI ระดับ Freestyle 1 เป็นต้นไป แต่ส่วนของ Advance จะบอกถึงหลักการฝึก ซึ่งไม่ได้ต่างกันมากในแต่ละท่า ถ้าถามว่าทำไมต้องอิงกับของ ISIA เป็นหลัก ก็ต้องบอกว่า เป็นมาตรฐานที่ใช้มาในไทยตั้งนานแล้ว และการเปลี่ยนแปลงไม่ค่อยมีมากนัก ผิดกับของสมาคมเสก็ตไทยที่ดูเหมือนว่ายังไม่ลงตัวเท่าไหร่ แต่ก็อยู่ประมาณนี้เหมือนกัน ในส่วนของการเทียบกับสมาคมอื่นๆ ไว้จะเอามาเทียบให้ดูอีกที ในส่วนของ การแข่งขันแทนแล้วกัน

จากตารางที่รวมท่าไว้แล้วจะเห็นว่ามีวิธีการกระโดด หรือ Take off อยู่ 2 แบบ คือใช้ Edge กับใช้ Toe Pick ในการกระโดด โดยในบางตำราอาจจะรวมท่าที่เราพูดถึงไว้ในส่วนแรกไปด้วยเลย แต่เราจะแบ่งแบบนี้จะได้เห็นชัดๆเลยว่ามันคือกลุ่มท่าบังคับที่มีบรรจุในรายการแข่งที่เราจะเห็นกันประจำ หรือไม่ก็จะเห็นในกลุ่มของ Step Sequence ที่จะเป็นกลุ่มท่ากระโดดที่ไม่เกิน 1 รอบ (ส่วนมากก็เป็นพวก Half ทั้งหลาย) แต่สำหรับท่า Half ที่อาจจะไม่ได้เห็นครบหมด หรือเห็นในรายการใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สำคัญนะ ที่เราลงไว้ในลำดับต้นๆแทนที่จะวางคู่กันก็เพราะว่า จะได้ไม่เล่นข้ามๆ แล้วท่าพวกนี้ก็เป็นท่าที่ใช้ในการวอร์ม สำหรับคนที่กำลังฝึกท่ากระโดดในระดับต้นๆอยู่

1. Edge Jumps

Waltz Jump

ระดับความเสี่ยง: ** [2 ดาว]

เป็นท่าที่ง่ายที่สุดของท่ากระโดดทั้งหมด ในการแข่งขันระดับใหญ่ๆ ท่านี้มักจะเป็นท่าวอร์ม อีกชื่อหนึ่งของท่านี้คือ Tree-Jump นอกจากนี้แล้วจังหวะขึ้น (take off) ของท่านี้จะเป็นพื้นฐานของท่ากระโดด Axel กับ Salchow ด้วย ส่วนหมุน… ท่านี้ไม่ถึงกับหมุนซะทีเดียว แต่จะเป็นการหันกลับเป็น Back ในจะงหวะที่กระโดดอยู่มากกว่า ง่ายๆคือ ครึ่งรอบ [ข้อมูลจาก: sk8stuff.com Updated: 25 Feb 2004]

ท่านี้จะแบ่งขั้นตอนการฝึกเป็น 3 แบบ โดยเริ่มจากท่ายืนเฉยๆก่อน ส่วนจะข้ามขั้นอันนี้แล้วแต่ความซาดิสม์ของแต่ละคน หุหุ

  • แบบแรก ใช้วิธีก้าวขายาวๆไปข้างหน้า (ข้างขวานะ) อาจจะใส่จังหวะกระโดดเล็กๆเข้าไปก็ได้ เท้าขวาลงแล้วบิดตัวไปอีกนิดนึง จะเป็นถอยหลังให้ขาซ้ายปัดเฉียงไปทางด้านหลังเป็นท่าออก
  • แบบที่สอง ถ้าจะเกาะขอบระวังหน่อยก็ดีเพราะต้องสวนกับชาวบ้านเค้า ยืนหันหลังให้ขอบลาน วางเท้าซ้ายเฉียงออกกลางลาน หันสวนทางกับคนที่วิ่งมา เลื่อนเท้าออกไปแต่ให้โค้งเข้าขอบลาน ช่วงที่เท้าซ้ายขนานกับขอบลาน ให้ใช้ Toe Pick ซี่ล่างสุดเกี่ยวไว้นิดนึง แล้วขาขวาจะเตะส่งตัวให้เหมือนกับกระโดดขึ้นหรือจะแค่ลองก้าวออกไปไปเฉยๆก่อนก็ได้ส่วนมือก็เกาะขอบลานไว้ก่อน โดยจังหวะที่วางเท้าซ้ายก็วางมือซ้ายบนขอบลาน ส่วนจังหวะกระโดด ก็วางทั้งสองมือไปเลยก็ได้ ไว้คอยพยุงตอนจะบิดตัวเป็นท่าออกในขณะที่เท้าซ้ายเหยียดเฉียงไปด้านหลัง ถ้าใช้วิธีก้าวเท้า วางลงแล้วค่อยๆหันเท้าขวากลับด้าน (inside 3-turn) เมื่อหันกลับเป็นจังหวะออกแล้วค่อยปล่อยมือซ้ายก็ได้ ถ้าลองกระโดดก็เช่นกัน จะใช้เมื่อยังบิดตัวกลางอากาศยังไม่ได้ หรือยังไม่อยากจะเสี่ยง แต่ถ้าทำได้แล้ว กระโดดแล้วบิดเข้าวงเล็กน้อยให้เท้าขวาลงเป็น Back ไปเต็มๆแทน
  • แบบที่สาม สำหรับคนที่ไม่กลัวเจ็บ จะเริ่มหัดท่าของแบบที่สองอยู่ริมๆก่อนก็ได้แต่พยายามไม่จับขอบลาน แล้วค่อยๆเขยิบออกไป จังหวะกระโดดก็ขึ้นไปเลยเต็มๆ ใช้ขาขวาจะเป็นแรงส่ง พยายามฝึกให้สูงขึ้น ไกลขึ้น

คราวนี้เป็นแบบ Advance ขึ้น
เริ่มจากทำ Back Cross มา หันออกนอกวง วางเท้าซ้ายลงและพยายามทิ้งจังหวะที่เท้าซ้ายให้นานขึ้น ขาขวางอไปด้านหลังพร้อมๆกับย่อเข้าซ้ายลง แทบจะเรียกว่าเข้าซ้ายย่อจนเกือบจะเป็นมุมฉากกันเลย ถึงจะเหวี่ยงขาขวาขึ้นไปตรงๆ จุดที่ว่าให้เตะไปตรงๆ เพราะเท้าซ้ายจะอยู่ในแนวโค้งอยู่ ซึ่งจะทำให้ขาขวาเตะเข้าวงไปด้วย เลยต้องฝืนๆเล้กน้อย ให้เหมือนกับว่า เตะขาขวาออกนอกวง แต่จังหวะที่ขึ้นไปแล้วจนถึงจังหวะลง จะได้โค้งพอดีเพราะแรงส่งที่วิ่งมาตั้งแต่ Back Cross แล้ว

รูปการเทคตัวขึ้นของท่า Waltz Jump และ Axel  

รูปการเทคตัวขึ้นของท่า Waltz Jump และ Axel

 

Salchow

ระดับความเสี่ยง: ** [2 ดาว]

ผู้คิดค้นท่านี้คือ Ulrich Salchow (ส่วนชื่อเต็มคือ Karl Emil Julius Ulrich Salchow) นักเสก็ตน้ำแข็งชาวสวีเดนที่ครองแชมป์ World Figure Skating ถึงสิบครั้ง (ปี 1901 ถึง 1905 และปี 1907 – 1911) ไม่ค่อยจะมีคู่แข่งเท่าไหร่รึเปล่านะ แต่แน่นอนว่าท่านี้ต้องเป็นคนนี้คนแรกที่เริ่มทำก่อน และผู้นี้ยังเป็นประธานสมาคมเสก็ตน้ำแข็งนานาชาติ (ISU) ในปี 1925-1937 ด้วย [Wikipedia.org – 16 Feb 2009]

ท่ากระโดดจริงๆจะเริ่มจาก LFO เข้า 3-turn ก็จะได้เป็น LBI ขาขวาที่เป็น Free Leg จะเฉียงๆไปด้านหลังในช่วงของการทำ 3-turn ก็ลากมาอยู่ข้างๆ และเหวี่ยงขึ้น เป็นแรงส่งช่วยขาซ้ายด้วย ซึ่งจะงหวะกระโดดขึ้นนี้จะเหมือนกับ Waltz Jump รวมถึงทิศของการกระโดดด้วย (ง่ายๆคือ ใส่ LFO 3-Turn แล้วต่อด้วย Waltz Jump นั่นแหละ) แต่จังหวะช่วงที่ทำ 3-Turn แล้วก็ยังต้องทิ้งช่วงไว้ด้วยสักเล็กน้อย (อย่าให้เหวี่ยงล่ะ) และเท้าซ้ายจะโค้งไปเองตามทิศที่ทำ 3-turn อยู่แล้วใช้ขาซ้ายช่วยอีกเล็กน้อยในการหันตัวเป็น Forward เพื่อขึ้นแบบ Waltz Jump จะทำให้ช่วงที่จะขึ้นนี้โค้งคล้ายกับหักมุมไปเอง จังหวะลงก็ลงเป็น RBO เหมือนๆกับท่ากระโดดทั่วไป (กรณีนี้สำหรับคนที่เล่นปกติ คือ ทวนเข็มนฬิกานะ)

 

Half Loop [ISI]

ระดับความเสี่ยง: *** [3 ดาว]

มาจาก Back โดยเท้าขวากับซ้ายจะวางเยื้องกันขาขวาจะนำ ด้วย RBO ค่อยๆย่อเข่าทั้งสองข้างพร้อมกับหันตัวออกนอกวงเมื่อตัวหันขนานกับทิศทางการเคลื่อนที่แล้ว ขาซ้าย (จะเป็นเข่าก็ได้ งอเล็กน้อย แต่ไม่พับขา) เหวี่ยงขึ้นพร้อมตามติดด้วยขาขวาสปริงตัวขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างจะแยกห่างกัน ตัวยังคงหันต่ออีกครึ่งรอบให้หน้าหันไปทางเดิมคือกลับเป็น Back และลงด้วยขาซ้ายเป็น LBI

สำหรับการฝึกเริ่มต้นคือ ฝึกจากการกระโดดนอกลาน โดยให้ขาซ้ายอยู่หน้า ใช้ข้างซ้ายช่วยผ่อนแรงในการกระโดดด้วย และลงมาเป็นท่าเดิมจุดเดิมก่อนแต่จะลงด้วยเท้าคู่หรือจะลองลงเป็นขาซ้ายก็ได้ เมื่อมีบาลานซ์พอ กลองฝึกแบบใส่รอบเข้าไปด้วยและลงด้วยขาซ้ายให้น้ำหนักลงที่ด้านใน

 

Loop

ระดับความเสี่ยง: *** [3 ดาว]

จังหวะที่จะกระโดดจะเหมือนกันกับ Half Loop รวมถึงการกระโดด [Takeoff] ด้วย แต่จะต่างกันคือขาซ้ายจะอยู่ใกล้หรือเกือบจะไขว้กับขาขวาเหมือนที่เห็นในภาพท่ากระโดด และเมื่อครบรอบก็ลงด้วยขาขวามาเป็น Back Outside เหมือนท่ากระโดดปกติ ถ้าพูดถึงท่าที่จะเห็นบรรดาคนที่ทำเป็นแล้วทำก่อนที่จะเข้าเป็น RBO แล้วกระโดดขึ้นเป็นท่านี้ ก็จะมีอยู่สามแบบ

  • ทำ 3-Turn ด้วยการเริ่มเป็น LFO ซึ่งจะกลายเป็น LBI วางเท้าขวาลงเยื้องกับขาซ้าย ซึ่งตอนนี้จะเป็น Back แล้วขาขวาจึงเป็นขานำ ใช้เป็น RBO 
  • เข้าด้วยการทำ 3-Turn ด้วย RFI ซึ่งจะได้เป็น RBO พอดี วางเท้าซ้ายเยื้องกับเท้าขวาจะอยู่หน้าหรือเป็นข้างที่ตาม (ถ้าดูจาก Back)
  • เริ่มด้วยการทำ Mohawk โดยเริ่มจาก RFI จะได้เป็น LBI จากนั้นก็วางเท้าขวาเป็น RBO

การฝึกท่านี้ก็คล้ายกันกับ Half Loop แต่จังหวะลงเปลี่ยนเป็นขาขวาอาจจะเริ่มจากไม่ใส่รอบ คือไม่บิดตัวตาม แล้วค่อยเพิ่มรอบก็ได้ และเพื่อให้มีบาลานซ์ เพิ่มการฝึกกระโดดหมุนเอาแค่รอบเดียวไปก่อน กระโดด-ลงเป็นขาคู่

 

Axel

ระดับความเสี่ยง: **** [4 ดาว]

ท่านี้ที่เอาบรรดานักเสก็ตที่อยากจะเป็นมืออาชีพท้อไปไม่น้อยเลย งานนี้ก็ติ้องโทษเจ้าของท่า Axel Paulsen นักเสก็ตชาวนอร์เวย์ที่เริ่มทำท่าพิเรนนี่เมื่อปี 1882 ในการแข่งขันที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย แม้ว่าในขณะนั้นท่านี้จะเป็นท่าที่ยากที่สุด ตอนนี้… ก็ยังยากอยู่แต่ดันมีคนที่พิเรนกว่าเอาท่านี้มาเล่นต่อจนจะเป็น Quad Axel ทำเอาคนที่กำลังหัด หรือคนที่อยากทำก็ยังท้อไปตามๆกัน ก่อนจะทำท่านี้ส่วนมากก็ผ่านท่ากระโดดพื้นฐานที่จัดเป็น Single ได้คล่องหมดแล้ว และก็สามารถทำ Combination Jump ต่อกันได้สองท่าเป็นอย่างต่ำ รวมถึงท่า Back Spin ด้วย (ที่จัดเป็นพื้นฐานของท่ากระโดดขึ้นสูงที่จะพูดถึงต่อใน Part 3)

ท่าเต็มๆของ Axel จะเป็นการทำ Waltz Jump แบบไม่ต้องเหยียดขาขวา ใช้เข่าส่งแทนแล้วเหยียดลงไปให้ขาซ้ายมาไขว้ด้านหน้าแทน บวกกับใส่รอบไปอีก 1 รอบเต็มๆ ซึ่งจะทำให้จำนวนรอบของท่านี้กลายเป็น 1 รอบครึ่ง!! สำหรับการฝึกที่มักจะเห็นๆกันประจำคือ

  • การทำ Waltz Jump ต่อด้วย Loop Jump แต่การต่อจะต้องเร็วกว่าการทำ Combianation Jump คือไม่ทิ้งจังหวะที่เท้าขวาแตะพื้นนานเกินหนึ่งหรือสองวินาที
  • Waltz Jump ต่อด้วย Back Spin แค่รอบสองรอบเท่านั้นเพื่อให้ได้ความรู้สึกแบบการทำ Axel จริง (และเป็นการฝึกคุมจำนวนรอบไปด้วย)
  • อีกระดับของการฝึกท่านี้คือ ขึ้นอย่างที่บอกไปแล้วคล้ายๆกับ Waltz Jump แต่รีบเหยียดขาขวาลง ให้ขาซ้ายมาไขว้ผ่านข้างหน้า แต่รอบอาจจะยังไม่ครบสำหรับคนที่เพิ่งฝึก ก็จะลงมาทั้งที่ยังไขว้ขาอยู่แต่เหมือนทำ Back Spin ต่อตามรอบที่ขาดแล้วก็ออกเป็น RBO ปกติ ส่วนของทิศทางการกระโดดก็เหมือนกันกับ Waltz Jump ดูรูปจากที่ลงไว้ในส่วนของท่า Waltz Jump เอานะ

เรื่องของ Singles ยังมีเหลืออีกท่า แต่สำหรับท่านี้ ยังไม่หมด เพราะยังมี One-Footed Axel กับ Inside Axel อีกตะหาก ซึ่ง Inside Axel อ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจเพราะใช้ RFI ขึ้น จะคล้ายๆกับ Double Loop ก็งงว่ามาข้างหน้าจะคล้ายยังไง นึกภาพไม่ออก แต่ข้อมูลนี้น่าจะรวมถึงท่าที่ใช้ในการแข่งเสก็ตประเภท Figure Roller ด้วย โดยท่าที่ว่าเป็น Inside Axel นี้จะมีชื่อว่า Boeckl มาจาก Willy Boeckl แชมป์ roller Skate ปี 1925-1928 [frogsonice.com]

ส่วนอีกท่าในกลุ่มของ Axel คือ One-Foot Axel ที่จะขึ้นเหมือนกับ Axel ปกติ จำนวนรอบก็เท่ากัน (ส่วนของขารู้สึกว่าจะไม่ไขว้กันอย่างท่ากระโดดทั่วไปนะ แต่จะเป็นท่าเหมือนกับทำ one-foot ปกติ) และการลงจะคล้ายกับท่า Half Loop คือลงเป็น LBI ซึ่งท่านี้ก็มีใช้ในการแข่งขัน Roller Skate ด้วย แน่นอนว่าเค้าก็มีชื่อของเค้าเองเหมือนกันคือ Colledge ตั้งตาม Cecilia Colledge แชมป์ Roller Skate ปี 1937 [frogsonice.com]

 

Walley Jump

ระดับความเสี่ยง: ***** [5 ดาว]

ท่านี้ถึงจะมีอยู่ในระดับสูงๆ (ทั้งของ ISI หรือ USFSA เลย) แต่ก็หาดูยากอยู่ ส่วนมากจะเป็นท่าที่ใส่ไว้ใน Step Sequence หรือ Footwork ในการแข่งขัน และท่านี้ที่จะเห็นกันแค่ single แม้ว่าจะเป็นระดับสูงๆก็เพราะใช้พลังขาเอามากๆในการกระโดด โดยชื่อนี้ก็มาจาก Nate Walley นักเสก็ตชาวอเมริกันที่เป็นผู้คิดค้นท่านี้ขึ้นมา แต่ก็มีหลายคนที่เชื่อว่า Scot Pat Low ในประเทศอังกฤษเป็นคนเริ่ม บางทีท่านี้เลยเรียกได้อีกชื่อคือ Pat Low

ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นท่านี้ มีวิธีดูง่ายมาก (และก็ไปลองทำดูได้ด้วย) ท่านี้เริ่มจากการทำ Swizzle ด้วยขาขวาก็จะได้ Inside-Outside-Inside ซึ่งจังหวะ Inside สุดท้ายนี้ให้ครอสขาซ้าย (ซึ่งเป็น Free leg) ไปด้านหลังขาขวาส่วนเข่าก็จะย่ออยู่ เตะขาซ้ายออกด้านข้างพร้อมกับใช้เท้าขวากระโดดขึ้น หมุนกลับมาทิศเดิมซึ่งจะลงเหมือนกับท่ากระโดดทั่วๆไปคือ RBO สำหรับการฝึกท่านี้ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่จากที่ดูพื้นฐานของท่าที่ใช้ก็ควรจะเป็นการฝึกทำ Swizzle ข้างเดียวได้ สลับกับการกระโดดด้วย Inside Edge แบบไม่ต้องใส่รอบ (ก็ฝึกไว้ทั้งสองขานั่นแหละ) ส่วนการลงก็อาจจะลงเป็น Inside ไปก่อนถ้าเพิ่งฝึกใหม่ๆ แต่ถ้าชินแล้วจะลองลงมาเป็น Outside ดูก็ได้ เมื่อคิดว่าจังหวะกระโดดด้วยขาเดียวน่าจะสูงพอก็ค่อยเพิ่มรอบไป อย่างที่บอกว่าท่านี้จะค่อนข้างยากเลยไม่มีใครทำให้เป็น Double หรือ Triple แต่ก็คิดว่าน่าจะมีคนฝึกอยู่บ้างแหละนะ แค่ไม่เอามาใส่ในโปรแกรมแข่งมากกว่า


ดูคลิปท่านี้ได้ที่นี่

จบในส่วนของท่ากระโดดที่ใช้ Edge ในการเทคตัวขึ้น (takeoff) ไปเรียบร้อยแล้ว และส่วนของการฝึกท่ากระโดดสำหรับขั้นสูงก็จะไปลงใน Part 3 ซึ่งก็ขาเตือนก่อนว่า ก่อนจะกดข้ามไปดู เลื่อนลงไปฝึกท่ากระโดดในกลุ่มที่ใช้ Toe Pick ต่อก่อนแล้วก็ฝึกให้คล่องด้วย และถ้าเบสิกที่ผ่านๆมายังไม่ชวร์ ก็ฝึกให้ชัวร์ก่อนด้วยล่ะ เห็นท่ากระโดดไปแค่นี้น่าจะรู้แล้วว่ามันต้องใช้พื้นฐานอะไรบ้างแค่ไหน

 

 2. Toe Pick

Half Toe Loop [ISI]

ระดับความเสี่ยง:  ** [2 ดาว]
ไม่อยากจาบอก ท่านี้จะกลายเป็นยากไปซะงั้น ถ้าทำ Toe Loop ได้แล้ว ส่วนท่านี้จะคล้ายๆกับ Bunny Hop ด้วยเหมือนกัน แต่จะต่างกันตรงที่ เข้าจาก Back แทน ส่วนของท่าเข้าก็แล้วแต่จะสะดวก ก่อนจะเป็นจังหวะกระโดด จะต้องเป็นท่า One-Footed ถอยหลังมา โดยขาขวาจะเป็นข้างที่ยืนอยู่ (สำหรับคนที่เล่นทวนเข็มนาฬิกาตามปกติ) ต่อจากนั้น เหยียดขาซ้ายไปด้านหลัง ใช้ Toe Pick เกี่ยวพื้น ลำตัวหันออกนอกวงพร้อมกับลากเท้าขวาไปทางด้านนอกของเท้าซ้าย แต่ไม่ต้องให้ชิดนะ  ลากไปนิดเดียวแล้วยกขึ้น พร้อมกับกระโดดด้วย Toe Pick ตัวก็หันไปข้างหน้า ลงด้วย Toe Pick ขาซ้ายตามด้วยเท้าขวา เข้าทิศของการเล่นปกติไป เอ่อ… -_-“ ท่านี้ จริงๆจะข้ามไปก็ได้นะ เพราะไม่ค่อยมีใครทำ ถ้าไม่ได้จะใช้สอบของ ISI น่ะ

 

Half Flip [ISI]

ระดับความเสี่ยง:  ** [2 ดาว]
เริ่มด้วย LFO (คืออะไร จำไม่ได้แสดงว่าอ่านข้าม ไปหาเอาเองว่าอยู่หน้าไหน) ทำ 3-Turn แล้วจะเป็น LBI แต่เส้นที่ได้ควรจะเป็นเส้นตรงเท่าที่จะทำได้ เหยียดขาขวาไปด้านหลังพร้อมกับค่อยๆย่อเข่าซ้าย ใช้ Toe Pick ขวาจิก ลากเท้าซ้ายเข้าหาเท้าขวา ที่สำคัญคือ จะใช้เป็น Inside Edge นะ พร้อมกับค่อยๆหันตัวออกด้วย จังหวะขึ้นจะใช้ขาซ้ายช่วยเหมือนกับเตะขึ้น (จริงจะเป็นเข่ามากกว่า) ตามด้วยขาขวา (ใช้ Toe Pick ช่วยน่ะแหละ) จังหวะลง จะลงเป็น Forward ด้วย Toe Pick ของเท้าซ้าย วางเท้าขวาข้างๆแล้ว ดันตัวไปข้างหน้าด้วยข้างซ้าย (จะใช้เป็น Toe Pick หรือจะวางเท้าลงไปเต็มๆ เพื่อต่อด้วย Forward Stroke ก็ได้)

 

Half Lutz [ISI]

ระดับความเสี่ยง: ** [2 ดาว]
ท่านี้ที่ดูแล้วจะเหมือนกับ Flip Jump แทบทุกอย่าง แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ท่าเข้า (Jump Entry) จะลากเบลดมาเลย เป็น LBO ส่วนการใช้ Toe Pick ก็เหมือนกับ Flip ใช้ขาข้างเดียวกัน ทิศของการลากขาไปเหมือนกัน แต่… ขาซ้ายที่ลากเข้าหาข้างขวาจะต้องเป็น OutsideEdge นะ ใส่รายละเอียดชัดขึ้นในท่า Lutz ให้แทน ยกเว้นการลง (Landing) ที่จะเป็นด้านหน้า ด้วย Toe Pick ขาซ้ายและตามด้วยขาขวาออกเป็น Stroke ไปตามปกติ
และแน่นอนว่าสำหรับมือใหม่ที่จะเบี้ยวการฝึกท่าพื้นฐานที่ดูน่าเบื่อจะทำให้ท่านี้ ผิดได้ง่ายเอามากๆ เพราะฉะนั้น วิธีฝึกที่จะช่วยได้คือ Back Cross มาแล้วถ่ายน้ำหนักไปอยู่ขาซ้าย ขาขวายกขึ้นตรงๆ (ข้อเท้าจะอยู่ต่ำกว่าเข่าซ้ายเล็กน้อย) ถ้าค้างได้แล้วค่อยลองทำท่านี้แบบเต็มๆ ถ้าทำได้ให้น้ำหนักลงที่ Outside Edge ซึ่งเส้นที่ได้จะโค้งไปทางขวาเล็กน้อย (อย่าให้โค้งมากไปด้วยล่ะ)

 

Toe Loop

ระดับความเสี่ยง: *** [3 ดาว]
ท่านี้จัดว่าง่าย เพราะ Single ก็เหมือนกับแค่หันตัวไปประมาณครึ่งเดียว จะใช้เป็นทั้งท่าเดี่ยวและในการต่อเนท่ากระโดดท่าที่สองในการทำ Combinations เรื่องน่ารู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับท่านี้คือ เป็นท่าที่มีในการแข่ง Roller Figure Skate ด้วยแต่ชื่อท่าจะเรียกว่า “Mapes” แทน และในบางที่ จะเรียกท่านี้ว่า “Cherry Flip” (ที่มา: Frogsonice.com, 2008-2009) ส่วนวิธีก็จะมีดังนี้ จังหวะกระโดดเข้าด้วย Toe Pick ขาซ้าย ลากขาขวาเข้าหาขาซ้ายโดยจะเยื้องออกด้านนอก และยกขึ้นเหมือนกับท่า Waltz Jump ก่อนที่จะชิดกับขาซ้าย โดยจังหวะที่ลากขามาตัวจะค่อยๆหันออกนอกวง และจะเหลืออีกครึ่งเดียวที่จะต้องพลิกตัวกลางอากาศให้จังหวะลงเป็น Back Outside Edge

Jump

Toe Loop Jump

 

Toe Walley

ระดับความเสี่ยง:  *** [3 ดาว]
พระเจ้าช่วย(ก็ไม่ได้)กล้วยทอด(ซะไหม้เรยทีเดียว) ท่านี้ก็เป็นอีกท่าที่มีรายการท่ากระโดดของเสก็ตน้ำแข็งด้วยเหมือนกัน แล้วก็แทบจะเหมือนกันกับ Toe Loop ซะทุกอย่างแต่… (ถ้าไม่มีแต่มันก็คงไม่มีชื่อเรียกที่ต่างกันหรอก) ความต่างจะอยู่ที่จังหวะเข้าแค่นิดเดียว คือ เท้าขวาที่ลากเข้าไปหาเท้าซ้ายจะเป็น RBI นอกนั้นเหมือน Toe Loop หมด พยายามหาคลิปที่ให้เห็นกันชัดๆเนี่ย หาให้ไม่ได้จริงๆ แต่ส่วนมาก จะใช้ Toe Loop กันมากกว่า แล้วยังมี half Toe Walley อีกแต่ก็อย่างที่บอกว่าถ้า Toe Walley ไม่ได้ต่างกับ Toe Loop มาก Half Toe Walley ก็มีจุดต่างกับ Half Toe Loop ที่เบลดขวาเหมือนกัน ใครหนอ ช่างครีเอทซะเจงเจง รู้มั่งมั้ยเนี่ย ว่าคนรุ่นหลังๆจาเดือดร้อนอ่า อ่อ แล้วท่านี้ก็มีพวก Half ด้วยเหมือนกัน แต่ขอไม่พูดถึงแล้วกันนะ (จริงๆก็ไม่ค่อยจะเห็นใครพูดถึงด้วยเหมือนกัน)

 

Flip Jump

ระดับความเสี่ยง:  *** [3 ดาว]
การเริ่มต้นก็ทำเช่นเดียวกับ Half Flip แต่จะต่างที่จำนวนรอบและขาที่ลง คือ การบิดตัวจะมากกว่าอีกครึ่งรอบ จังหวะที่ขึ้นพยายามพลิกตัวหันหน้ากลับไปทางเดียวกับจังหวะที่ลง Toe Pick ข้างขวา จะได้เป็น Back ส่วนขาซ้ายจะไขว้กับขาขวาหลวมๆเมื่อกระโดดขึ้นไปแล้ว และเหยียดออกเฉียงไปด้านหลังเมื่อเท้าขวาลงถึงพื้นเป็น RBO (ท่าออก – Checkout)

Flip Jump

Flip Jump

 

Lutz Jump

ระดับความเสี่ยง:  **** [4 ดาว]
ท่านี้ถ้าคนไม่รู้ก็คงจะไม่เข้าใจว่ามันต่างกับ Flip ยังไง (จริงๆเค้าก็ไม่รู้ตั้งแต่ท่าขึ้นที่มันต่างกันแล้วล่ะ) ความต่างของท่านี้กับ Flip Jump อยู่ที่ไหนบ้าง
1. การเข้า หรือ Jump Entry ที่จะเป็น LBO แต่… จังหวะเทคตัวขึ้นก็เหยียดขาไป ใช้ Toe Pick เหมือนกับ Flip
2. เบลดข้างซ้ายจะใช้เป็น Outside ซึ่งลากต่อจาก Jump Entry มาเลย
ส่วนของ Landing ก็เป็นเหมือนกับ Single ทุกท่าที่พูดถึงไปคือลงด้วย RBO

Lutz Jump

Lutz Jump

เพื่อให้เห็นความต่างที่ชัดขึ้น

ในคลิปนี้เค้าจะพูดถึงทิศทางของ Free Leg ด้วย ซึ่ง Flip ทิศของ Free Leg จะไปทางเดียวกับการกระโดด ในขณะที่ Lutz นั้นทิศทางของ Free Leg จะไปนอกเส้นของทิศที่กระโดด อันนี้เพิ่งจะเคยได้ยินเหมือนกันแหละ แต่ก็อย่างที่บอกว่า มันอยู่ที่เทคนิคของแต่ละคนด้วย

วิธีฝึกท่านี้ก็ทำต่อจากวิธีฝึกของ Half Lutz ที่ได้ทิ้งท้ายไว้ให้แล้ว คือเพิ่มเหยียดขาขวาไปข้างหลัง ลง Toe Pick ตามด้วยลากขาซ้าย (พยายามรักษาให้เป็น Outside ให้ได้) เข้าใกล้กับขาขวา กระโดดขึ้น อาจจะยังไม่ต้องสูงมาก และยังไม่ต้องใส่รอบ ลงมาด้วยขาขวาเป็น Outside Edge ไม่ใส่รอบเพราะฉะนั้นจะลงมาเป็น Back ฝึกให้ได้จังหวะแบบนี้ก่อนก็ได้ ค่อยๆเพิ่มการกระโดดให้สูงขึ้นก่อนจะใส่รอบเข้าไปก็ได้

แถมให้คือในเรื่องของทิศทางการวิ่ง – เตรียม ขึ้นท่ากระโดดท่านี้ จะวิ่งสวนกับชาวบ้านเค้าเล็กน้อยนะ

** ** **

การกระโดดทุกท่า สามารถใช้การนับจังหวะแบบ 1-2-3 หรือจะเป็น ค้าง-ย่อ-ขึ้น (กระโดด) ก็ได้เพื่อให้กะจังหวะได้งายขึ้น โดยการนับแต่ละจังหวะให้ทิ้งช่วงด้วย หาดว่ายังไม่มั่นใจ การเริ่มฝึกนอกลานจะช่วยให้มั่นใจขึ้น และตามด้วยการฝึกโดยอาศัยขอบลานช่วยบ้าง ซึ่งก็ต้องระวังเพราะว่าสำหรับคนที่เล่นปกติ คือทวนเข็มนาฬิกาจะต้องฝึกที่ขอบลานแบบสวนทางกับคนที่วิ่งอยู่ในลาน แต่ถ้าคล่องแล้วจะสบายไปอีกขั้นเพราะใช้ทิศทางเดียวกับคนที่มาเล่นในลานอยู่แล้ว จะไปหนักก็คือตอนทำ Back จะเข้าท่ากระโดดที่ต้องระวังคนที่วิ่งอยู่ก่อนด้วย

ปิดท้ายด้วยท่าลง กระโดดแล้วไม่ลงได้ด้วยเหรอ อิอิ ที่จะขอเตือนคือ จังหวะลงที่เรามักจะเห็นว่าขาซ้ายที่เป็น Free Leg เหมือนจะเหวี่ยงไปอยู่ด้านหลัง จริงๆแล้วจะใช้การยก แล้วยืดออกไปด้านหลังแบบเฉียงๆ และการย่อเข่าที่ช่วยลดโอกาสล้มได้พอสมควร หรือล้มก็จะไม่เจ็บมากนักเพราะอยู่ต่ำอยู่แล้ว

Landing [Checked??]

 

ที่ฝึกอยู่น่ะถูกชัวร์รึเปล่า?

ท่าที่ทำผิดซึ่งคงไม่มีใครตั้งใจจะทำผิด แต่ก็มีชื่อเรียกกับเค้าด้วยเหมือนกัน

  • Lip -> ใช้ LBO (ที่ต้องใช้ในท่า LutZ) ในการเทคตัวกระโดดขึ้นแทน LBI ในการกระโดดท่า Flip Jump
  • Flutz -> จริงๆจะทำ Lutz ซึ่งในจังหวะเทคตัวขึ้นจะใช้ LBO แต่ดันพลิกด้านเบลดเป็นแบบ Flip คือ LBI บางทีเรียกว่า โกง…
  • Toe Axel -> มาจากความตั้งใจจะทำ Double Toe Loop แต่จังหวะที่เทคตัวขึ้นนั้น ตัวดันหันเป็น Forward ซะนี่ ส่วนมากจะเห็นในท่าต่อของ Combination
  • Cheat / Under Rotate -> จำนวนรอบไม่ครบ มาหมุนต่อที่พื้น ถึงจะแค่นิดเดียวก็ผิดล่ะ งานนี้ จังหวะขึ้นช้าไปก็นับด้วย
  • Two-footed Landing -> เรื่องการลงที่เป็นสองเท้า ต่อให้เป็นแค่ Toe Pick แตะพื้นก็ผิด
  • Waxel -> คือการที่ลื่น (ล้ม) ในจังหวะที่กำลังจะขึ้นท่า Axel ถ้าไปลื่น (ล้ม) ตอนจะทำ Salchow จะเรียกว่า ‘Wowcow’
  • Midori -> นักเสก็ตที่กระโดดออกไปนอกลาน ชนกับกลุ่มช่างภาพในระหว่างการแข่งขันปี 1991 ลานแข่งในส่วนที่จัดให้สื่อมวลชนอยู่จะกั้นขอบลานต่ำกว่าส่วนอื่นเพื่อให้ได้ภาพมุมกว้าง หรือเห็นเต็มๆกว่าจุดอื่น
  • Wanda Beazel -> ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ไปดูเอาเลย Debi Thomas เอามาเล่นโชว์ในงานปิดการแข่งขัน เป็นแนวล้อเลียนนักสเก็ตเบสิกที่ยังเล่นไม่ค่อยเก่ง ยังมีคนเอามาขึ้นไว้ให้ดูด้วย ดูแล้วรู้สึกว่า ช่างกล้าอะไรเช่นนี้หนอ แล้วอย่าเอามาใช้ตอนแข่งล่ะ เดี๋ยวกรรมการจะเข้าใจผิดเอา 555 บอกได้เลยว่าคนที่เล่นตลกบนลานเสก็ตเนี่ย ดูๆเหมือนจะเล่นไม่เก่ง แต่จริงๆจะเป็นพวกที่เก่งกว่านักเสก็ตปกตินะ เอามาฝากทั้งสองเวอร์ชั่นเลย อันแรกเป็นที่เค้าเล่นไว้ในปี 1986 และอีกอันปี 1987

 

รวมคดี

โปรแกรมของ Mao Asada ที่เล่นไว้ในรายการ Grandprix Final ที่ Italy 13-16 Dec 2007  คนทำคงจะทำมาแนวๆว่าเป็น Cast Study มากกว่า คงไม่ได้ตั้งใจจะเอามาว่าให้บรรดาแฟนๆของ Mao Asada ไม่พอใจหรอกนะ คนที่ทำผิดแบบจะจะคงจะเห็นๆกัน แต่คนเก่งๆก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีพลาดเลย แต่แค่ว่าจะดูยากหน่อย บวกกับ Mao เล่นเสก็ตได้เร็วมากเลยจะพลาดเล็กๆแบบนี้ง่ายกว่า

สำหรับส่วนนี้ ข้อมูลจาก Frogsonice.com และ Youtube.com เรื่องของคะแนน อันนี้ไว้จะมาลงให้ทีหลังถ้าหาไฟล์เจอ ^^ แอบไปเจอมา แต่เก่าแล้วล่ะ และสำหรับเป็นความรู้ เพราะรู้สึกว่าล่าสุดในการแข่งขันทั้ง Short และ Free Programme ห้ามจบด้วยท่านั่ง และท่านอน ไม่งั้นจะโดนหักคะแนนถือว่าเป็นท่าล้ม (สงสัยคนเล่นพลาดแล้วเนียนจะเยอะ) แต่ของเล่นคู่นี่ ไม่แน่ใจนะ หุหุ

แถมให้สำหรับไฟล์นี้ เป็นตัวที่เราสรุปจากซีดีสอนเสก็ตของ ISU

 

Off-Ice Practice 

ส่วนนี้จะเป็นการสรุปรวมการฝึกนอกลานของท่ากระโดด ถึงจะพูดถึงไปบ้างแล้วในท่ากระโดดแต่ละท่า แต่สำหรับกรฝึกโดยรวมจะไม่ค่อยแตกต่างกันนัก ซึ่งการฝึกนอกลานจะช่วยในเรื่องของ บาลานซ์เป็นหลัก ตามด้วยการทำให้ร่างกานจำการกระโดดที่ถูกวิธี  ท่าที่อยู่ใน Part แรก กับพวกที่ขึ้นด้วย Half ก็คงจะไม่ยากอะไรที่จะฝึก ไม่ว่าจะทำในลานกอนหรือจะไปเริ่มในลานกันเลย แต่ท่าที่ว่านี่จะให้สวย หรือดูดีก็ต้องฝึกเหมือนกัน แล้วจะฝึกยังไงให้สวยถ้าไม่ทำหน้ากระจกหรือให้ใครช่วยถ่ายวีดีโอเก็บไว้ให้ สำหรับการฝึกท่ากระโดดในกลุ่มนี้ที่เน้น Single เป็นหลัก ซึ่งเป็นการกระโดดหมุนรอบเดียว (ยกเว้น Axel ที่ Single ก็หมุนเข้าไปแล้วรอบครึ่ง!!) การฝึกควรจะเริ่มจาก

  1. ยืนเท้าคู่กัน กระโดดขึ้นไปแล้วหมุนให้ได้รอบนึง ลงมาด้วยขาคู่ ฝึกแบบนี้ให้ได้บาลานซ์ซะก่อน ซึ่งระยะแรกอาจจะกระโดดไปแล้วไม่ได้ลงจุดเดิม พยายามลงจุดเดิมให้ได้ก่อน
  2. ถัดมา เน้นที่จังหวะขึ้น หรือ Takeoff ของท่ากระโดด แต่อย่าลืมรวมเอาส่วนของ Turn ที่ใช้คู่กับท่ากระโดดแต่ละท่าเข้าไปด้วยล่ะ ยังไม่ต้องใส่รอบเอาจังหวะกระโดดก่อน แล้วจะเสริมด้วยการฝึก Landing ไปด้วยก็ได้ เพราะส่วนมากพวกกระโดดจะเป็น Back มาอยู่แล้ว จะยกเว้นก็แค่ Waltz Jump, Salchow กับ Axel
  3. ขั้นต่อมา ฝึกท่าเต็มของท่ากระโดดทั้งหลายซะ เอาตั้งแต่ Jump Entry จนถึง Landing เลย แล้วค่อยๆเพิ่มแรงส่งให้กระโดดได้สูงขึ้น (ก็จะดี)

จบส่วนของการฝึกไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน ฝึกเบสิกได้หมด Turn แล้ว หมุนแล้ว กระโดดได้ถูกทุกท่าแล้ว ค่อยไปกันต่อใน Part 3 Advance Jumps

Advertisements