Artistic Skate Trip No.1

จบกิจกรรม Artistic Skate Trip no.1 กันไปแล้วกับร่างพังๆ (นิดหน่อย) แต่ละคนไม่ใช่อาชีพกีฬาเต็มตัว ช่วงก่อนหยุดยาวก็เป็นที่รู้กันว่ามีไว้เคลียร์งาน ความฟิตเลยไม่ได้มีมากนัก (วางแผนไม่ได้เร้ยยยจริงๆ จะทำต้องไปทำเลย…)  และเพราะไม่ได้เป็นนักกีฬา เลยน่าจะเรียกว่าเราไปพัฒนาทักษะเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า แนวสกีทริปที่แอดฯ เคยไปมา…

วันแรกที่ไปถึงมันคือวันปีใหม่ไทย แปลนไว้ว่าผ่าน ตม. แล้วจะไปไหว้พระอย่างแรก (อันนี้ไม่ผิดแผน 555) ก็ไปวัดกวนตู้กัน ไหว้ไปตามประสาไทยๆ (งงเด้) บรรยากาศรอบที่แล้วที่มาช่วงสิงหาคม 59 เงียบกว่านี้เยอะ ตั้งใจจะมานั่งสมาธิสั้นๆ สักแปบ ก็นั่งไม่ค่อยได้ซะงั้น แต่ด้านบนที่เดินขึ้นไปได้เค้าเปิดหมด (คราวที่แล้วเปิดไม่หมด) รอบนี้คนเยอะ มีเหมือนแม่ชีจีน มาสวดด้วย (เพิ่งผ่านช่วงเชงเม้งกันไปไม่นาน จะมีคนบางส่วนที่รอให้คนซาแล้วค่อยมาทำบุญแบบเรารึเปล่าน้ออออ)

วันที่ 2 แต่วันแรกของการสเก็ต ลานกลางแจ้งที่ล้มแล้วไม่เจ็บ (แต่รองเท้าถลอกมากกก) เท้ายังเฮฮากับรองเท้าอยู่ ฝึกเทคนิคพื้นฐานที่เรียนกันไป เรียนกันตั้งแต่ Warm-up (วอร์มกันตั้งแต่ตอนกวาดน้ำบนพื้นละ เพราะเมื่อวานฝนตก)

วันที่ 3 แต่เป็นการสเก็ตในวันที่ 2 เท้าใกล้จะเข้าที่ ถ้าไม่มีแดดหนักมาก คงสนุกกันไปเรียบร้อยกว่านี้

วันที่ 4 วันสุดท้ายกับการสเก็ต ย้ายไปลองอีกสนามที่ได้อารมณ์แบบ ไต้สะพานพระราม 8 ที่สุด แต่พื้นก็ยังดีกว่าเยอะ ที่นี่พื้นเป็นกระเบื้องปูนค่อนข้างลาด ลื่นแล้วล้มเจ็บด้วย แต่ก็ร่มดีนะ ^ ^

วันสุดท้าย ไปแบบทัวร์ไทย… “Shopping…” ต่างตรงที่ไป Shop อุปกรณ์สเก็ตกัน ตามรอยร้านยอดฮิตและร้านของอร่อยนิดหน่อย แล้วก็ไม่เที่ยวละ กลับสิคระ…

เรื่องที่ไม่โอเค

1. ที่พัก — เป็นคนที่ค่อนข้างเรื่องมากกับที่พักพอสมควร แต่ไม่ชอบไป Complain อะไร เพราะเข้าใจว่ามันก็เป็นไปตามสภาพ แต่สำคัญกว่าคือต้องได้พักมากพอที่จะฟื้นสภาพทันสำหรับวันต่อไป เลยเลือกที่พักที่ใกล้ที่สุด ไปลานสเก็ตได้ง่ายที่สุด ยังดีที่พนักงาน (เผลอๆ อาจจะเป็นหุ้นส่วนมาช่วยงานกันเองมากกว่า) พอจะพูดอังกฤษได้นิดหน่อย เพราะรู้สึกว่าแถวที่ไปพักกัน เป็นโซนชุมชน ไม่ค่อยมีคนต่างชาติมาพักมากนัก นอกจากจะมีเครือญาติเป็นคนไต้หวัน หรือมากับแฟนที่พูดภาษาจีนได้กัน (เพราะจัดว่าเดินทางไปเที่ยวไหนต่อไหนได้ลำบากมากกกก ใครอยากมาเพื่อเก็บตัวฝึกสเก็ตอย่างเดียว ไม่สนใจความสะดวกสบายมากนักก็แนะนำที่นี่นะ 555)

2. เด็กไผ… — อารมณ์ไม่ต่างกับเวลาที่แอดฯ ไปฝึกสเก็ตน้ำแข็งเลยนะ… อุส่าหามุมๆ อยู่ ซ้อมๆ เล่นๆ กันมุมเล็กๆ ยังจะมาไล่ที่อีก แล้วเด็กตัวเองก็ไม่ได้เล่นโปรแกรมเตรียมแข่งที่ต้องวางไลน์การวิ่งซะหน่อย ตอนเย็นที่วางแผนว่าอยากจะไปแจมซ้อม แจมคลาสกับเค้า เลยกลายเป็นว่าไปนอนเอาแรงอยู่ที่พักสบายใจกว่าเยอะ (คือ กุต้องพูดจีนได้ อ่านจีนออกชิมิ??) แต่ในมุมเล็กๆ ก็ยังโอเคอยู่ตรงที่ยังให้เกียรติกันบ้าง (มากกว่าโค้ชต่างชาติที่จ้างมาโค้ชทีมไทยบางคน)

เรื่องที่จัดว่า ประทับใจ…

1. ลาน Outdoor ถึงจะเล่นตอนฝนตกไม่ได้ เพราะไม่มีหลังคา และถ้าน้ำไม่แห้งก็ต้องเกลี่ยน้ำบนพื้นกันเองให้กระจาย ซึ่งมันจะแห้งเร็วขึ้นเยอะ วันแรกที่ไปดู ทั้งๆ ที่ฝนก็ไม่มีท่าว่าจะหยุด ทุกคนก็พายามช่วยกันกวาดน้ำ ไม่เว้นกระทั่ง ผู้ปกครองที่พาลูกมาเรียน หรือนักกีฬาสังกัดโค้ชอื่นที่มารอซ้อม

2. แบ่งพื้นที่ซ้อมชัดเจน รอบลานเป็นสนามสปีด แล้วจะมีพื้นเรียบๆ ไว้พักอยู่ 2 ฝั่งนอกเขตของกลุ่ม artistic ถึงจะไม่มีกลุ่ม Artistic Skate มาซ้อมเลย กลุ่ม Speed ก็แยกกันพักในโซนตัวเอง ไม่เข้ามาวุ่นวายแถวกลางๆ ลาน เว้นแต่เดินผ่านแค่นั้น แถมจัดเวลามาซ้อมไม่ให้ตรงกันกับอีกกลุ่ม ทั้งที่พื้นที่คนละส่วนด้วย เว้นแต่ตอนเย็น เพราะเด็กๆ เลิกเรียน กับอากาศเหมาะกับการซ้อม

3. คุณแม่ของนักสเก็ตคนนึงที่พยายามพูดไทย เพราะเรียนมาไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้… คือ… แอดฯ เรียนทั้งภาษาจีน ภาษาเกาหลีมา แค่อังกฤษยังไม่ค่อยจะรอดเบยยยย แต่เป็นพวกไม่ได้เรียนภาษาเพราะเป็นติ่งใคร แต่อยากรู้ว่าเค้าจำอักษรแปลกๆ เขียนยากๆ กันได้ยังไง (คงไม่ต่างกับฝรั่งเรียนภาษาไทยมั้ง)

ในนี้ไม่เอาภาพลงนะคระ อยากดูภาพ กดไปที่เพจเรยจร้าาา รวมภาพกิจกรรม Artistic Skate No.1

สำหรับครั้ง Artistic Skate Trip no. 2 คงจะเป็นช่วงปีหน้า หรืออย่างเร็วก็สิ้นปีนี้ (แต่ต้องเช็คว่าไต้หวันเค้ามีแข่งสเก็ตอะไรกันมั้ย) ใครอยากร่วมทำตามกติกาเรยคร่าาาาา

1. เฉพาะนักเรียนสเก็ตที่สั่งซื้อรองเท้าหรือชุดเฟรม อินไลน์ฟิกเกอร์สเก็ต และเรียนกับทาง Figureskatethai ที่เดียวเท่านั้น
2. มีจำนวนชั่วโมงเรียนที่ไม่ใช่คลาสฟรี ไม่ต่ำกว่า 30 ชั่วโมง
3. มีการติดตามข่าวสาร และการร่วมกิจกรรม (ที่ไม่ได้ประกาศเป็นทางการ) อย่างต่อเนื่อง

กติกาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บันทึกเดินทาง :: ทริปนี้เพื่ออินไลน์ฟิกเกอร์สเก็ต

อย่างที่บอกไว้ว่าจะมาสาธยายทริป (จริงๆ แบบไม่อิงสเก็ต) แนวว่า เดินทางไปตามหนังสือแนะนำ เพราะมีเวลาให้เดินจริงๆ แทบไม่ถึง 24 ชั่วโมง

เล่มนี้ จ้าาาา ยืมจาก TK Park มา

Day 1

เดินทางขึ้นเครื่องแต่เช้า ดันเข้าแถว ตม. ที่ไทเปผิดช่อง ทำงานช้ามว๊าากกกก เสียเวลาเดินเลยนะเนี่ย… ผ่าน ตม. แล้วก็มุ่งหน้าตรงไปยังที่พัก ซึ่งต้องต่อรถ และเดินๆๆ พร้อมแบกเป้!!! ดีนะ ไม่เอารองเท้าสเก็ตไปด้วย… ก่อนจะยืมเล่มนี้มาก็ดูมา 2 เล่ม แล้ว เล่มล่าสุดที่แปลจากนักเขียนฮ่องกงออกแนวไดอารี่มากกว่าจะแนะนำว่าเที่ยวที่ไหน ไปยังไง ส่วนอีกเล่มหาไม่เจอแล้ว (ที่เค้าเขียนบอกเรื่องการไปพักกับคนไต้หวันแบบไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเอาไว้ด้วยอะ) เอาตามเล่มนี้ไปแล้วกัน ไหนๆ ก็ยืมมาเที่ยวด้วยกันแล้ว อ่อ อีกอันคือดูจากเว็บต่างๆ นาๆ ด้วย

ผ่าน ตม. แล้วก็เดินตามป้ายบอก Bus Station ไปเรื่อยๆ จนเจอเคาน์เตอร์เรียงๆ กัน หาป้าย U Bus ซื้อตั๋วไปต่อรถไฟ HSR (จริงๆ รถที่วิ่งเข้าเมืองก็มี แต่จะนั่งนานมาก แถมกลัวลงผิดสถานี เลยไม่ขึ้นดีกว่า) การเดินทางลองดูจากเว็บนี้ I love to go เอานะ แอดมินไปมาเหมือนขึ้นราคาด้วยอะ (U Bus 30 NTD + HSR 175 NTD + Easy Pass แบบ 3 วัน 440 NTD ไม่รู้ใช้คุ้มป่าวหว่า??) ซึ่งจากที่อ่านๆ ดู HSR มาจอดที่ Taipei Main Station พอดี จะแวะเดินก่อนเข้าที่พักก็ใช่เรื่อง มันหนักอ่าาา… เลยซื้อ 3 Days Easy Pass ซะเลย เข้าที่พักไปเก็บข้าวของแล้วออกมาสำรวจ  Taipei Main Station แถมเดินหาร้านเครื่องเขียน จิ่วต้า ไม่เจอ (ไปเปิดดูเว็บ มันย้ายที่ และขยายสาขา… ซะงั้น!!!) แต่ก็เดินซะรอบเลย มันแทบจะเรียกว่า เอาหัวลำโพงบ้านเรา รวมเข้ากับหมอชิต และสยาม อย่างที่เค้าว่าไว้จริงๆ สถาบันกวดวิชาขึ้นเป็นดอกเห็ดเหมือนกันเลยด้วย เนื่องจากว่ามันเย็นแล้ว ถึงร้านหนังสือที่เป็นคิวแวะต่อไปจะเปิดตีสอง (อันนี้ไม่ได้สนใจแล้วว่า ตีสอง จริงมั้ย เพราะเข้าไปก็อ่านไม่ออกสักเล่ม) ก็กลับไปพักดีกว่า เพราะมีนัดไปดูการซ้อมของนักสเก็ตอินไลน์ฟิกเกอร์แต่เช้า

ดูเหมือนจะวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายอย่างที่คิดเท่าไหร่นะ (ไปให้ถูกเวลาแล้วกัน > <)

Day 2

เช้าที่ว่าจะดูแค่ทีมไต้หวันซ้อม ก็ล่อซะหลายทีม ก่อนกลับมาแวะด้อมๆ มองๆ ที่สนามแข่ง ซึ่งอยู่ข้างๆ กับ Taipei Arena ศูนย์กีฬาและธุรกิจ ใจกลางเมืองไทเป (ถ้ารู้ว่ามีลานน้ำแข็งคงได้หิ้วรองเท้ามาด้วย 555 … ไหวมั้ยเนี่ย????) กว่าจะได้พูดคุยหาข้อมูลมาลงบล็อกก็รอจนกว่าจะวุ่นวายเสร็จ ราวๆ 2 ชั่วโมง แต่ปัญหาการสื่อสาร ลำบากหน่อยเพราะไม่ได้ภาษาจีนเร้ยยย (ไอ้ที่เรียนมา 1 คลาส เอาจริงก็ใช้ไม่รอด ถึงจะพอถามได้ แต่ถ้าเค้าตอบมา ตูจารู้เรื่องมั้ย???) เลยเป็นว่า จะคุยทางเฟสบุคแทน แล้วก็ขอแยกไปเดินเที่ยว (จนขาลากต่อ)

วันที่ 2 นี้ ตระเวนอย่างเร็วยิ่งกว่าชะโงกทัวร์… หลังจากแยกมาแล้วไปวัดหลงซานก่อนเลย ทีแรกตั้งใจว่าจะไปก่อนกลับ เพราะไปต่อรถไฟ HSR แถวๆนั้นได้เหมือนกัน ไม่ต้องย้อนไปขึ้นที่ต้นสายเหมือนขามา แต่คิดอีกที ไปวัดพร้อมแบกเป้เนี่ยนะ?? เลยแวะไปซะหน่อย ไปแล้วก็เกิดความตั้งใจว่า ถ้าประสบความสำเร็จในการตั้งทีมอินไลน์ฟิกเกอร์ ก็มีโปรแกรมจะพาทีมมาไหว้พระที่นี่ อยู่ไม่นานเพราะดูแล้ววุ่นวายยังไงไม่รู้ ไหว้ก็ไม่เป็น บทสวดภาษาจีนอีก (ถ้ารู้เรื่องคงเรียนต่อเอกสาขา Calligraphic Art ที่ไต้หวันไปแว้ววว) ไหว้เหมือนผ่านวัดใหญ่แล้วแวะเข้าไปหน่อยประมาณนั้นเลย

วัดหลงซาน ขึ้นที่สถานี Longshan Temple เลย

แวะวัดเอาฤกษ์เอาชัย (คิดไปเอง!!) แล้วก็ไปต่อที่หอแดงซีเหมิน (The Red House) ข้างนอกเป็นตึกเตี้ยๆ เหมือนป้อมอะไรสักอย่างโบราณๆ แต่ข้างใน ขอโทษ คนละเรื่องเลย… เรียกว่าเป็นแหล่งรวมนักออกแบบหน้าใหม่ที่มีแบรนด์ของตัวเองได้เลยมั้ง ของที่เค้าทำเองน่ารักๆ แต่ราคา ม่ายน่าร๊าากก เลยอะ เจองานแนวเดียวกะแอดมินอยู่ 2-3 เจ้าด้วย แต่ไม่ได้เหมือนซะทีเดียวนะ เหมือนในที่นี้คือ ร้านที่ใช้สีขาวดำเป็นลวดลายลงบนสินค้า อีกร้านที่ทำสมุดแนวๆ ทำมือ เล่มบางๆ แต่ราคาเกือบหลักร้อย และร้อยกว่าๆ กะจะอุดหนุนนะ เห็นราคาแล้วไม่กล้าหยิบเลยอะ ส่วนอีกร้านดูผ่านๆ มากกว่า เลยจำไม่ค่อยได้ ส่วนด้านนอกหอแดงซีเหมิน เป็นแหล่งชอปปิ้ง เรียกว่าทุกที่มีร้านค้าดักคนไว้หมดเลย ไม่ได้เดินหรอก ดูก็ไม่ไหวแล้ว

ไปต่อที่ เจียงไคเช็ค ไปแวะอยู่นานหน่อยเพราะพักเท้าแก้เมื่อย และดูการเปลี่ยนเวรยาม (เค้าว่าทุกต้นชั่วโมง) ถ้าจะดู ขึ้นไปรอข้างบนที่เป็น Hall ขาวๆ ก่อนเลย แต่เวรยามที่มาสลับ จะเดินมาขึ้นที่นี่หลังจากเวรยามที่ด้านบนเดินลงไปแล้วประมาณ 20 นาที ได้ นั่งชิลล์ และแทะข้าวปั้น ไม่รู้ว่าใส้อะไร แต่รู้แค่ว่า รูปมันเหมือนแซลมอน และมีวาซาบิ ก็หยิบมาเลย (ซะงั้น!!) หนังสือเค้าแนะนำไส้ทูน่า ไม่รู้วุ้ย น่าจะลองไปแล้วมั้งแล้วไม่ชอบอะ (จมูกไม่ค่อยดีอีก หิวๆ ก็กินหมดอะ 555+)

เจีงไคเช็ค ถ่ายจากส่วนของ อนุสรณ์สถานลงไป ^ ^

แวะไปต่อที่สุดท้ายก่อนกลับเข้าที่พัก คือ ซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต เน้นของกิน หิ้วกลับโรงแรมไปกิน ซึ่งกว่าจะถึงก็ดึกแล้ว นั่งกิน แถมนอนดึก เลยตื่นซะสายเลย > <” ว่าไปแล้วเดินไม่ทั่วนะ เพราะมีหลายซอกซอย และเป็นวงกว้างด้วย เดินแบบเอาเส้นที่คนเค้าเดินๆ กันและมีของขายเยอะหน่อยมากกว่า แล้วก็กลับ (หิว… งัย) ที่น่าสนใจคือ ต่อให้เป็นตลาดนัดแบบนี้ ก็ยังจัดว่าหาร้านที่ขายของเหมือนกันเด๊ะๆ เกือบทั้งร้านแบบที่ไม่ใช่ Franshise อย่าง Daiso  เซเว่น รึ Family Mart ทำนองนี้ค่อนข้างยาก เรียกว่าแต่ละร้านมีสินค้าเฉพาะตัวค่อนข้างชัดเจนมาก ถ้าจะซื้ออะไรจากร้านไหน แล้วตั้งใจว่าจะไม่เดินกลับทางเดิมแน่ก็ควรจะซื้อไปเลย (ผิดกับจีน รึตลาดนักประเทศไทยแท้ๆ เลยนะเนี่ย)

จริงๆ มีบางที่ ที่แวะไปตามในหนังสือแนะนำ แต่ก็เดินหาไม่เจอบ้าง ร้านมันย้ายที่ ปรับปรุงบ้าง รึบางที่ก็ไปแบบแวะผ่าน ไม่ทันได้ถ่ายรูป (มัวแต่เดิน และเดิน)

Day 3

วันสุดท้ายของทริป (กลับก่อนวันเปิดการแข่งขัน Artistic Roller Skate เพราะภาระกิจงานประจำนิ… ไม่งั้นคงได้ภาพมาฝากอีกแยะเลย) ตื่นสายรีบกินมื้อเช้าของโรงแรม แล้วก็ไปดู Freestyle Inline สักแปบก่อนจะตามไปเดินหลงทางแถวสนามซ้อมที่ไปดูมามะวาน ถึงไม่ทันได้ดูทีมไต้หวันซ้อม ก็ดูทีมเด็ดๆ ระดับท็อปอีก 3 กลุ่ม ซึ่งก่อนจะไปสนามซ้อมก็เก็บของ Check out แบกเป้ไปด้วยเลย เพราะไม่ผ่านกลับเข้าไปเอาของแล้ว ดูแล้วแวะที่ไหนลำบากเพราะมีเวลาเดินเล่นแค่ 2 ชั่วโมง ซึ่งที่ใกล้ๆ ก็ไปหมดแล้วเลยนั่งเล่นอยู่ที่ Taipei Main Station พักนึงแล้วค่อยเดินทางไปสนามบิน

 

^ ^ … Bye Bye Taipei … ^ ^

เปิดเส้นทางสายอินไลน์ฟิกเกอร์ประเทศไทย #3

เมื่อตอนคืนที่ 2 เดินเล่นซะค่ำ แถมด้วยซื้อของกินมาค่อนข้างเยอะ (มาก) สำหรับมื้อดึก กว่าจะกลับถึงที่พักและทยอยลำเลียงลงท้องได้ก็ราวๆ สามทุ่มกว่าๆ แหงล่ะว่านอนดึกตามไปด้วยเช่นกัน โปรแกรมตอนเช้าที่ว่าจะตื่นเช้าไปดูทีมไทยที่มาแข่ง Freestyle เลยไปซะสายเลย แถมไปเดินหลงทางอยู่แถวๆ สนามซ้อมของกลุ่มอินไลน์ฟิกเกอร์อยู่พักใหญ่ (ด้วยว่าโซนนั้นไม่ใช่โซนการค้าเท่าไหร่ กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่องอะนะ…) แต่ก็ได้ดูการซ้อมของนักอินไลน์ฟิกเกอร์ที่งานนี้แทบจะเรียกว่ามากันแบบเฉพาะบุคคลเลย โดยเริ่มตั้งแต่เที่ยง ที่นักสเก็ตอินไลน์ของไต้หวันลงซ้อม ต่อด้วยหนึ่งเดียวจากอเมริกา (จากที่คุยกับผู้ผลิตเฟรมอินไลน์ฟิกเกอร์ คนอเมริกาเล่นอินไลน์ฟิกเกอร์ เยอะมาก แต่ไม่ได้มีการจัดการที่ชัดเจน คนที่เล่นจริงจังที่สุดเหมือนจะเป็นหนึ่งเดียวที่เป็นตัวแทนจากอเมริกามาแข่งคนนี้แหละ และมากับพ่อของเธอแค่ 2 คน) และทีมจากอาร์เจนตินา 4 คน (ชาย 2 หญิง 2 ครบตามจำนวนโควตา และมาแบบไม่มีโค้ช ทุกคนเล่นสเก็ตไม่ต่ำกว่า 20 ปี ช่วยดูให้กันเป็นประจำอยู่แล้ว) พร้อมสาวเปรู เชื้อสายเยอรมัน กับแม่ (น่าจะนะ)

ขอย้อนไปนี้สนุง… เมื่อวันที่ 2 ของทรีปแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัวของแอดมิน ที่แวะไปดูนักสเก็ตอินไลน์ฟิกเกอร์ระดับท็อปมาซ้อมกันในช่วงเช้านี่มากันแบบยกทีม ช่วงบ่ายไม่ได้อยู่แล้ว แต่ไปด้อมๆ มองๆ ทางออการ์ไนเซอร์เตรียมพื้นที่สำหรับแข่งแทน คาดว่าน่าจะเป็นการซ้อมของทีมอื่น แล้วแต่ว่าใครจองเวลาซ้อมไว้

กลับมาที่ทริปวันสุดท้ายกันต่อ… หมดรอบของทีมจากอาร์เจนตินา ที่มีสาวเปรูมาร่วมลงสนามซ้อมด้วย ก็ต่อด้วยนักสเก็ตอินไลน์ฟิกเกอร์จาก อิตาลี ที่เป็นแชมป์ 9 สมัย มาซ้อมอยู่คนเดียว (กับโค้ช) ก็มีเซอร์ไพร์สจากทีมอินไลนฺฟิกเกอร์จากอินเดียมาขอซ้อมด้วย ไม่แน่ใจว่ารายละเอียดเป็นยังไง แต่เหมือนว่า ตารางว่างก็เลยกะมาลงสนามแล้วค่อยจ่ายค่าใช้พื้นที่ซ้อมกันทีหลังเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่ง (ที่เห็นในตารางสนามซ้อม ช่องที่ว่างๆ อยู่มีเขียนด้วยปากกาไว้ ) รู้สึกว่าสำหรับทีมจากอินเดียในประเภทอินไลน์ฟิกเกอร์ครั้งนี้ จะเป็นการแข่งระดับ World Cup ครั้งแรก แต่ดูชินสนามมากและที่สำคัญ ฝีมือก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน อยู่ดูไปสี่ประเทศก็ต้องเตรียมกลับ ไปต่อรถกว่าจะถึงสนามบินอีก ระหว่างทางไปสนามบินก็คิดว่า อินเดียเค้าก็พัฒนาจนมาแข่งได้ แถมมาแบบไม่มีโค้ช เมื่อไหร่จะมีทีมไทยมาแข่งบ้าง?? แล้วแอดมิมจะลุยสร้างทีมเอาไว้ส่งแข่งกับเค้าได้ยังไงดี?? (ถ้ากำลังเรามีพอก็อยากลงไปเองเหมือนกัน)

สิ่งหนึ่งในไต้หวัน โดยเฉพาะไทเป ที่ไม่มีหนังสือท่องเที่ยวเล่มไหนแนะนำ หรือเขียนถึงเลยก็คือ ศูนย์กีฬาที่รัฐบาลทำไว้ให้คนในชุมชน มีอย่างน้อยเขตละ 1 ศูนย์ แต่ไม่จำเป็นว่าต้องมีกีฬาเยอะ หรือครบครัน เอาแค่คนมีพื้นที่ออกกำลังกายได้หลากหลายในพื้นที่เดียวกันเป็นพอ ไม่ใช่ที่ที่น่าไปเที่ยวนัก เว้นแต่จะทำทัวร์เป็น “ค่ายเก็บตัวนักกีฬา” !!

เปิดเส้นทางสายอินไลน์ฟิกเกอร์ประเทศไทย #2

ทริปการเดินทางเริ่มเช้า แต่ดันเข้าแถว ตม. ที่ทำงานช้าโคตรๆ จนกระเป๋าที่โหลดเค้าเอาออกหมดรอของสายการบินถัดไปแล้ว – -” แทนที่จะได้เข้าที่พักไปเก็บของแล้วมาเดินเล่นต่อเร็วๆ เลยไปได้แค่ Taipei Main Station กับร้านหนังสือเฉิงผิ่น สาขาซิ่นอี้ (Eslite) สถานี Taipei City Hall เรียกว่า ไม่มีเวลาให้เดินสำรวจเองได้นานนักเลยอาศัยว่าไปตามที่หนังสือท่องเที่ยวแนะนำมาให้ไปก่อน

แผนเดิมที่ไปคือขอเยี่ยมชมออฟฟิศ แต่เป็นช่วงแข่งที่ตัวผู้ผลิตเองวิ่งรับส่งบรรดาตัวแทนที่เป็นนักกีฬาเองด้วยหลายเจ้าจากสนามบิน เรียกว่าแบ่งเวลาเทคแคร์ลูกค้าได้เก่งมาก (ถ้าแอดมินคงต้องหาวิธีแยกร่างเอาแทน 555+) แต่วันถัดมาก็ติดรถไปสนามซ้อม เลยได้คุยกันเยอะหน่อย คุยเก่งเหมือนกันนะเนี่ย > <

Chen Hsia Ling และ Chun Lee เป็น 2 คนแรกที่ได้เจอ และคุย แต่ก็คุยได้ไม่เยอะนัก แต่สัมภาษณ์ไปแค่แล้วบางส่วน และจะส่งคำถามเพิ่มเติมไปทีหลัง ไม่อยากกวนมากนัก แถมใกล้วันแข่ง ไม่อยากเซ็าซี้ให้เสียสมาธิแข่งไปซะก่อน อาจจะมีข่าวดีมาฝากเพิ่ม ^ ^

ช่วงสายๆ บ่ายๆ หลังจากที่แอบแวะไปดูแข่ง Inline Freestyle ที่จัดที่ชั้น 4 ในโซน Taipei Arena อยู่แปบนึงก็ลงมารอทีมไต้หวันอยู่ชั้น 1 ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับแข่ง Figure Skate ดูโค้ชเค้าวุ่นวายเรื่องเตรียมตัวแข่งนิดหน่อย รออยู่พักใหญ่เหมือนกันกว่าจะลงตัว แล้วก็ได้คุยกันเรื่องสเก็ตอินไลน์กัน เราก็ไปแนวว่าขอคำแนะนำต่างๆ นาๆ หละนะ ^ ^ หลังจากนั้นก็ขอแยกมาแล้วไปเที่ยวต่อ (ให้หนำใจซะหน่อย… ก็ไปบางที่ตามที่หนังสือแนะนำนั่นแหละ > <) เอาไว้สรุปรวบยอดทริปเที่ยวในไทเปทีหลังนะ หุหุหุ

เปิดเส้นทางสายอินไลน์ฟิกเกอร์ประเทศไทย #1

รายการแข่งขันสเก็ตล้อระดับ World Cup ในปีนี้จัดที่ไทเป ซึ่งระยะทางกำลังดีที่จะไปแวะเวียนดูได้สะดวกในราคาที่กระเป๋าไม่ฉีก แต่เนื่องด้วยว่าแอดมินมีงานประจำที่ขาดไม่ได้ และขาดแล้วจะดูไม่ดี (คือ มีชั่วโมงสอนวัน พฤ. – ศุกร์ ง่า T_T) เลยไม่สามารถอยู่ดูพิธีเปิดการแข่งประเภทอินไลน์ฟิกเกอร์ได้ งานนี้ ทั้งเที่ยว ทั้งไปแวะดูการซ้อมของนักอินไลน์ฟิกเกอร์ระดับ Top World แบบค่อนข้างเป็นการส่วนตัว ถึง 8 คน ^ ^ พร้อมกับพูดคุยกับโค้ชของทีมไต้หวัน ซึ่งถ้าทีมเรามีไม่เยอะ ก็จะพาแท็กทีมไปฝึกกันที่ไต้หวัน แต่ถ้ามีคนเล่นเยอะไว้คุยกันอีกทีว่าจะจัดแบบไหน ^ ^

อ่อ จะบอกว่าภาพเอามาฝากได้ไม่เยอะนักเพราะเป็นการซ้อม ที่ว่าสถานที่ซ้อมเนี่ยค่อนข้างห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน (ที่บางทีมันก็อยู่บนดิน หรือลอยฟ้า ซะงั้น!!) ถ้าเปิดเผยได้คงไม่ไปกันไกลขนาดนั้น ^ ^

รายการแข่งจริงๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. แต่เป็นประเภท Freestyle ของกลุ่มสเก็ตอินไลน์ธรรมดา ส่วนรายการของอินไลนฟิกเกอร์ (กับ Artistic Roller) เริ่มวันที่ 7 พ.ย.

ส่วนเรื่องของทริปการเดินทาง ไว้มาต่องวดหน้า ^ ^