การวอร์มด้วยสเก็ต


หน้านี่สำหรับคนที่เล่นเสก็ตมาแล้วระยะนึง หรือเล่นถึงระดับที่กระโดดกับหมุนได้บ้างแล้ว จริงๆ แล้วมันเป็นแผนการซ้อมตั้งแต่ก่อนจะสวมรองเท้าสเก็ตจนสิ้นสุดการสเก็ตแบบไปทำอย่างอื่นกันต่อ แต่ก็ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดมากนัก ข้อมูลจากประสบการณ์ และจาก Figureskate.about.com มายำไว้ให้ได้อ่านกัน

การแบ่งความหนักเบาในการวอร์มขึ้นกับระดับความหนักของการฝึกซ้อม วันที่ไม่ได้ใส่เสก็ตอาจจะเน้นการวอร์มมากหน่อย แต่ถ้าวันไหนที่ตั้งใจจะหนักในส่วนของการสเก็ต ก็ต้องลดการวอร์มแบบ off-skate ในบางส่วนลง แต่ก็ไม่ควรจะเริ่มการสเก็ตเลยโดยที่ไม่เวอร์ก่อนเหมือนกัน เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายหลังจากการฝึกซ้อมได้

สำหรับชาวน้ำแข็งก็คงไม่มีปัญหาเรื่องการวอร์มก่อนเริ่มสเก็ต แต่… อินไลน์สเก็ตที่อยู่ใกล้มือมันหยิบมาใส่เล่นได้สะดวก แค่นึกอยากจะหมุนอยากจะกระโดดก็ไม่ต้องรอเดินทางไปหาที่ไหนเล่น ก็ต้องระวังหน่อยนะ

  1. ก่อนจะสวมรองเท้าสเก็ตก็ยืดเส้นยืดสายกันสักเล็กน้อยก่อน (อุ่นเครื่องก่อนสเก็ต) จะไปวอร์มเพิ่มจากท่าในส่วนของท่าวอร์มเฉพาะบ้างก็ไม่ว่ากัน
  2. ใส่รองเท้าสเก็ตแล้วเริ่มด้วยวิ่งวนรอบพื้นที่เล่นด้วยท่าพื้นๆ ไปก่อน เช่น Stroke ซ้ายขวาสลับข้างกันไปเรื่อยๆสักรอบ ตามด้วย Crossover สลับ Forward กับ Backward เป็นวงรูปเลข 8 ก็ได้ ประหยัดเวลาการซ้อมได้ดีเลย (อย่าลืมทำทั้ง 2 ด้านล่ะ) ถ้าทำท่ากลุ่ม Turn หรือพวก Step ได้แล้วก็อย่าลืมเอามาใส่โปรแกรมวอร์มด้วยนะ
  3. เครื่องเริ่มร้อนก็มาฝึกท่าในกลุ่ม Movements บ้าง อาจแก้เบื่อด้วยการตั้งเป้าหมาย เช่น วันนี้จะทำ Spiral ให้ได้นานขึ้น ประมาณนี้
  4. เสร็จแล้วต่อด้วยท่ากระโดด ซึ่งจะเป็นการเริ่มโปรแกรมฝึกจริงๆ แล้ว นักสเก็ตส่วนมากจะนิยมเริ่มที่ละท่า ตั้งแต่ Single จนถึง Triple (สุดแค่ไหนก็ทำแค่นั้นล่ะ) และไม่ทำแต่ละท่าเยอะคร้ั้งจนเกินไป สำหรับคนที่ยังกระโดดหมุนได้แค่รอบเดียวอาจใช้วิธีเพิ่มความเร็วก่อนจะกระโดด หรือเพิ่มความสูงในการกระโดดแทนไปก่อนก็ได้ จากกระโดดแบบท่าเดี่ยวก็ต่อด้วย Combo Jump
  5. ปิดท้ายด้วยท่าหมุน อันนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการฝึกหมุนให้อยู่กับที่มากที่สุด และได้จำนวนรอบมากที่สุดประมาณนี้ อาจมีท่าใหม่ หรือท่าที่ยังไม่เคยลองบ้างแล้วแต่คน
  6. ส่วนมากนักสเก็ตจะฝึกท่ากระโดดก่อนท่าหมุนเพราะต้องใช้แรงเยอะกว่า บางคนก็สลับกันหมุนบ้างกระโดดบ้าง แต่ก็ขึ้นกับความถนัดของแต่ละคน
  7. สำหรับ Footwork หรือ Step Sequence นี่แล้วแต่ว่าใครจะเอาไว้เป็นกลุ่มท่าวอร์ม หรือเอามาเป็นท่าปิดก่อน Cool Down ก็ได้ Pattern หรือ Line ในการวิ่งแล้วแต่ว่าจะครีเอทเอง ใช้จากโปรแกรมแข่ง หรือจากแบบ Pattern ที่ใช้สอบสเก็ตก็ได้ (ของ ISIA มีบังคับอยู่ แต่ละระดับไม่เหมือนกัน)
  8. ปิดท้ายจริงๆ ก่อนจะถอดรองเท้าสเก็ตด้วยการ Cool Down (อยู่ล่างๆ) ตามความถนัดของแต่ละคน โดยระยะเวลาในการ Cool Down ด้วยสเก็ตก็ขึ้นกับว่าจัดหนักไปแค่ไหนด้วย

เพิ่มเติมอีกนิด

  • ใครที่ทำโปรแกรมแข่งการจัดโปรแกรมซ้อมก็จะต่างไป การฝีกจะเน้นเฉพาะท่าที่ใช้และยังทำไม่ค่อยได้มากกว่าที่จะฝึกครบทุกท่า เพราะมีส่วนของการเล่นประกอบเพลงอยู่แล้ว (บางทีหนักกว่าการซ้อมตามโปรแกรมที่บอกไปด้วยซ้ำ > <)
  • คนที่เล่นท่าอะไรไม่ได้มาก แต่พอจะวิ่งแบบ Crossover ได้ Turn ได้ แต่ไม่ถึงขึ้นกระโดดหรือหมุนคล่องๆ ก็ฝึกแบบจัดหนักได้เหมือนกัน โดยใช้การฝึกแบบเพิ่มพลังการสเก็ตแทน (Power Skate) ค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการวิ่งโดยใช้การกดน้ำหนักลงที่เท้ามากขึ้นและเพิ่มการทรงตัวให้อยู่ขาเดียวบน Inside / Outside Edge ให้นานขึ้น
  • แถมให้ตามแบบฉบับของแอดมิน (ที่ไม่แน่ใจนักว่ามันจะเป็นการฝึกที่ถูกวิธีรึเปล่า แต่ก็ทำประจำ555) หลังจากซ้อมเต็มรูปแบบเสร็จจะเป็นช่วงที่ร่างกายมีความอ่อนตัวสูง เลยจะใช้ข่วงนี้ในการ “ดัดตัว” ให้ได้ความอ่อนตัวมากที่สุดที่เวลาปกติอาจจะทำไม่ได้ขนาดนี้
  • ส่วนของ pattern ที่ใช้ฝึก footwork เคยโหลดเก็บมา ถ้าเอาขึ้นได้ ไว้จะเอาขึ้นไว้ให้ แต่ถ้าจะใช้สอบอาจจะต้องไปเช็คการอัพเดทจากเว็บไซต์ของสมาคมสเก็ต ISI หรือถามจากโค้ชแทน

Advertisements